วันพุธที่ผ่านดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ แกว่งตัวในกรอบแคบ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุม FED ประกอบกับตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ ในการขับเคลื่อนดัชนี โดยมีแรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มพลังงานกดดันดัชนี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,562.24 จุด -4.56 จุด -0.29% มูลค่าการซื้อขาย 83,534 ลบ. ต่างชาติ -2,394.86 ลบ. TFEX +9,609 สัญญา ตราสารหนี้ -2,608.54 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเพิ่มขึ้น 0.6%MoM ในเดือนเม.ย. ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานและราคาในภาคบริการ
+ แพทย์ใหญ่ของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในสหรัฐสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในอินเดียในขณะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
+ กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาจัดสรรวัคซีนให้กระทรวงแรงงาน เพื่อกระจายให้แก่แรงงานซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในระยะแรก จำนวน 6 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายน 2564
+ กระทรวงการคลัง โอนเงินเข้าแอพ “เป๋าตัง” สัปดาห์ละ 1,000 บาท 2 สัปดาห์ ในวันนี้ (20 พค.) และ 27 พ.ค. 2564 และให้ใช้เงินไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 164.62 จุด -0.48% หลังรายงานการประชุมของเฟด ระบุว่า กรรมการเฟดได้หารือกันเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และเสนอให้เริ่มอภิปรายเกี่ยวกับการปรับลดวงเงินในโครงการ QE ในการประชุมวันข้างหน้า
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 2.13 ดอลลาร์ -3.3% ปิดที่ 63.36 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง และความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงในเอเชีย และอิหร่านอาจกลับมาส่งออกน้ำมันอีกครั้ง
- รัฐบาลจีนประกาศห้ามไม่ให้สถาบันการเงินและบริษัทด้านการชำระเงินให้บริการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมสกุลเงินคริปโต และเตือนไม่ให้นักลงทุนทำการซื้อขายสกุลเงินคริปโตเพื่อเก็งกำไร กดดันหุ้นกลุ่มธุรกิจบล็อกเชนและหุ้นเทคโนโลยี
- ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เรียกร้องให้บรรดาผู้นำประเทศทั่วโลกบอยคอตการแข่งกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2565 ที่ปักกิ่ง เนื่องจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีน รวมถึงการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์ในภูมิภาคซินเจียงด้วย
-กกร.ปรับลดประมาณการ GDP ปี 64 จากขยายตัว 1.5-3% เป็น 0.5-2% มองโควิดระลอกใหม่รุนแรงกว่าคาด 0.5-2% มองโควิดระลอกใหม่รุนแรงกว่าคาด
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยมีแรงกดดันจากการที่เฟดเสนอให้เริ่มอภิปรายเกี่ยวกับการปรับลดวงเงินในโครงการ QE ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,578 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นที่เข้าคำนวณ MSCI Global Standard : CBG SCGP หุ้นออก : KBANK-F DTAC
• หุ้นที่เข้าคำนวณ MSCI Global Small Cap : ACE PSL RCL SCCC SINGER SYNEX TTA TOA ไม่มีหุ้นออก
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการผ่อนคลายให้กับร้านอาหาร ZEN M AU
• ยอดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเติบโต STA NER TWPC ASIAN
หุ้นรายงานพิเศษ
ADD - ราคา IPO 11.00 บาท (ราคาเหมาะสม 14.00 บาท)
บล.โกลเบล็กเป็นผู้รับประกันการจาหน่ายหุ้นเพิ่มทุนซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียม
•เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ในกลุ่มอุตสาหกรรม Services โดย IPO ที่ราคา 11.00 บาท คิดเป็น PE Ratio ที่ 19.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่า PE ratio ของอุตสาหกรรม ที่ 30 เท่า ทั้งนี้ เราประเมินราคาเหมาะสมได้ที่ 14.00 บาท โดยอิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี ของหุ้นกลุ่มที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกัน ได้แก่ NETBAY VCOM และ COMAN
•จำนวน IPO = 40 ล้านหุ้น มูลค่า 440 ลบ. มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการขยายบุคลากร และขยายการให้บริการดิจิทัลคอนเทนต์
•ADD ปัจจุบันกลุ่มบริษัทได้ให้บริการแก่โอเปอเรเตอร์ 2 บริการหลัก ได้แก่ 1) การให้บริการระบบสนับสนุนการให้บริการดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content Support) และ 2) การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Solution) นอกจากนั้นกลุ่มบริษัทยังประกอบธุรกิจสื่อและโฆษณาออนไลน์ (Online Advertising) บนแพลตฟอร์ม (Platform) ของกลุ่มบริษัทเอง
•ผลประกอบการปี 2564 คาดว่าจะเติบโตโดดเด่น โดยมีสาเหตุหลักจาก 1) รับรู้รายได้ Digital Content Support เต็มปี จาก Content Provider รายใหญ่ที่เข้ามาในช่วงปลายปี 20 ที่ผ่านมา 2) เติบโตตามจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มูลค่าตลาดการให้บริการในด้าน Non-voice ขยายตัวโดยเฉลี่ยร้อยละ 5.56 ต่อปี 3) ได้รับอานิสงส์จากการลงทุน 5G ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดบริการด้าน Digital ขยายตัว ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปี 2564 คาดว่าจะทำได้ที่ระดับ 33.5% ใกล้เคียงกับประมาณการปี 2563 ด้าน %SG&A/Sales คาดที่ระดับ 10% ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่ 11.0% เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างนักพัฒนาระบบซึ่งเป็นลักษณะคงที่ จึงทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด เราประมาณการรายได้ปี 2564 ราว 488.1 ล้านบาท +41.3%YoY พร้อมคาดกำไรสุทธิปี 2564 ราว 91.9 ล้านบาท เติบโต +27.0%YoY
หุ้นมีข่าว
(+) BPP (Bloomberg Consensus 21.20 บาท) เดินหน้าขยายลงทุนตามแผน ล่าสุดลงทุนในโรงไฟฟ้านาโกโซที่ญี่ปุ่น 73 เมกะวัตต์ หนุนกำลังผลิตรวม 2,929 เมกะวัตต์ พร้อมขยายสู่เป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์ ภายในปี 68 (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) WP ( ฺBloomberg Consensus 4.70 บาท) ส่งสัญญาณธุรกิจครึ่งปีหลังสดใส รุกขยายธุรกิจก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน เสริมทัพธุรกิจผลิต และซ่อมถัง ส่วนธุรกิจพลังงาน "โซลาร์ รูฟท็อป" ล่าสุดคว้างานมาได้ 2 โครงการ ขนาด 2 เมกะวัตต์ คาดรับรู้รายได้ไตรมาส 4/64 (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) SCI (Bloomberg Consensus - บาท) แตกไลน์ธุรกิจขายน้ำให้ EASTW ป้อนพื้นที่ EEC คาดรับรู้รายได้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ด้านโรงไฟฟ้าชุมชนคาดรู้ผลเดือนสิงหาคมนี้ ลุ้นคว้าไม่ต่ำกว่า 10 MW ขณะที่ธุรกิจ EPC เตรียมเข้าประมูลงานของ กฟภ.มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ส่วนงานขายเสาไฟฟ้ารอลุ้นผลอีก 2 โครงการ มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ใน 1-2 เดือนนี้ หนุนผลงานปีนี้นิวไฮ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TQM (Bloomberg Consensus 148.50 บาท) เปิดตัวเลขล่าสุดแค่ 5.5 เดือน ประกันโควิดแรง 800 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 1,000 ล้านบาท หนุนผลงาน Q2 ทะยาน เดินหน้าออกกรมธรรม์ใหม่เจาะมนุษย์เงินเดือน มั่นใจปี 2564 ยอดขายรวมแตะ 2.5 หมื่นล้านบาท รับฐานลูกค้าโตเด่น (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. รายงานยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่ 3 กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า
สัปดาห์ที่ 4 สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สัปดาห์ที่ 5 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม
28 พ.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
ต่างประเทศ
20 พ.ค. ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR
สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีการผลิต






