วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'รัฐ-เอกชน' เร่งทรานส์ฟอร์ม เทคโนฯดิจิทัล ดันธุรกิจพลังงาน

'รัฐ-เอกชน' เร่งทรานส์ฟอร์ม เทคโนฯดิจิทัล ดันธุรกิจพลังงาน

ธุรกิจพลังงานอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ทั้งภาครัฐที่กำกับดูแลและภาคเอกชนในธุรกิจพลังงานต้องมีการปรับตัว ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เร่งจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ กำหนดทิศทางขับเคลื่อนชัดเจนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นายสมภพ พัฒนอริยางกูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงพลังงาน และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ โดยกำลังทำแผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan) ซึ่งเป็นแผนแม่บทกำหนดทิศทางระยะสั้น 5 ปี ระยะกลาง 10-15 ปี และระยะยาว 20 ปี จะเสร็จกลางปี 2564 มีเป้าหมายสู่พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2580 มีทิศทางนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ 

1.ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน

2.ลงทุนพลังงานสีเขียว

3.ดำเนินนโยบาย 4D1E เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคพลังงาน

4.เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน

5.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี 

ทิศทางนโยบายดังกล่าวครอบคลุมการขับเคลื่อนพลังงานทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ใน 5 แผนพลังงาน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) แผนพัฒนาพลังงานทดแทน (AEDP) แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) รวมถึงเรื่องของยานยนต์ปรับไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้พลังงานสะอาด

“ปีนี้จะเริ่มทำแผนแม่บทแล้วลงรายละเอียดให้เสร็จในปีนี้ และเริ่มใช้ปีหน้า ส่วนเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนจะปรับเพิ่มหรือไม่ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดให้สอดรับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ทิศทางต้องเพิ่มขึ้นเพราะหากจะลดการปล่อยก๊าซ พลังงานทดแทนก็ต้องมากขึ้น”

ส่วนการกำหนดกลยุทธ์รับมือกับกระแสดิสรัปทีฟเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย เช่น ที่เห็นชัดเจนตอนนี้ก็มีเรื่องของรถอีวี ซึ่งกระทรวงพลังงานก็เตรียมพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่จะมารองรับการใช้งานของรถอีวี และเอื้อต่อการพัฒนา ตามแผนนโยบาย 4D1E คือ

1.DIGITALIZATION

2.DECARBONIZATION

3.DECENTRALIZATION

4.DE-REGULATION 

ส่วน 1E คือ ELECTRIFICATION เป็นการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของกระทรวงพลังงาน ระยะสั้นปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ได้นำเทคโนโลยีมาใช้สื่อสารและอำนวยความสะดวกในดำเนินงาน เพื่อไม่งานต่างขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง อีกทั้งในแง่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทางกระทรวงพลังงานก็มีนโยบายกำชับในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐวิสาหกิจในสังกัด เช่น ปตท.และ กฟผ. เร่งรัดโครงการต่างๆ

นายพิชัยรัตน์ จิรานันรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที เอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ จำกัด (PTTES) ระบุว่า การปรับตัวขององค์กรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้สถานการณ์วิกฤติ ซึ่งบริษัทในเครือ ปตท.กำหนดกลยุทธ์การมองไปข้างหน้า หรือ “ฝันให้ไกลและไปให้ถึง” โดยผู้บริหารต้องมี Sense of urgency และต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่จะสื่อสารถึงทุกคนในองค์การ เช่น การเปิดพื้นที่สำคัญพูดคุยเพื่อสื่อสาร การสั่งการตามลำดับชั้น แล้วมอบหมายให้ทุกลำดับชั้นปรับใช้ในการปฏิบัติ 

ทั้งนี้ ช่วงวิกฤติมีการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งกลุ่ม ปตท.มีแนวทางการบริหารจัดการแบบกลุ่ม ปตท. (PTT Group Way of Conduct) มีขั้นตอนเป็นมาตรฐานให้แต่ละองค์กรในเครือนำปรับใช้ เช่น ช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่รอบแรกปีก่อน ทาง PTTES ต้องวางกลยุทธ์จัดการองค์กร และในฐานะเป็นบริษัทที่ปรึกษาก็ต้องจัดการให้เหมาะสม เช่น การ Work anytime anywhere ไม่ได้ Work from home 

รวมทั้งช่วงวิกฤตโควิดได้สร้างเครื่องมือติดตามการทำงานให้ต่อเนื่องและต้องดียิ่งขึ้น ซึ่งการมีวิกฤติเปรียบเสมือนการถูกบังคับใช้เทคโนโลยี เพราะไม่สามารถพบปะเจอหน้ากันได้ตามปกติ ทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีระบบออนไลน์ จะประชุมกันไม่ค่อยถนัด

ในขณะที่เมื่อ Work from home เทคโนโลยีจะมาช่วยติดตามการทำงาน ด้วยการมีแอพพลิเคชั่นบางอย่างขึ้นมา ติดตามงาน หรือ อัพเดทงาน ซึ่งจากวิกฤตโควิดรอบแรก ได้สร้างเครื่องมือขึ้นมาติดตามการทำงาน ทำให้แค่เปิดโทรศัพท์มือถือก็เช็คได้ว่าพนักงานคนไหน รับงานกี่โครงการ และแต่ละโครงการคืบหน้าอย่างไร

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากลุ่ม ปตท.ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยธุรกิจ เพื่อดำเนินการธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ฉบับที่ 2 วันที่ 24 ธ.ค.2563 ต่อยอดความร่วมมือ Industrial transformation ให้กระทรวงอุตสาหกรรมผ่านกลไก IDP หรือ Industrial digital platform ซึ่งเป็นเครื่องมือหลังจาก ปตท.บริษัทแม่ทำงานร่วมกระทรวงอุตสาหกรรมเกือบ 3 ปี เพื่อร่วมขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งต้องมีกลไกที่เอื้อให้เกิดระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ดี

ดังนั้น การสร้างระบบนิเวศที่ดีจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพขึ้น และที่สำคัญช่วงนี้เรื่องสปีดมีความสำคัญ เพราะกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นห่วงความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมค่อยๆแพ้ต่างประเทศ ซึ่งการทำงานหรือการผลิตชิ้นงานสักชิ้นในโรงงานอุตสาหกรรม ราคาต้นทุนหรือประสิทธิภาพในการแข่งขันไม่สามารถสู้กับคู่แข่งได้

รวมทั้ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.ให้วิสัยทัศน์ใหม่ชัดเจน “ ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต หรือ Powering Life with Future Energy and Beyond” ด้วยแนวคิด PTT by PTT หรือ Powering Thailand’s Transformation จุดนี้ ตอบวิสัยทัศน์ CEO ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม เพราะขณะนี้ประเทศกำลัง Powering Thailand’s industrial transformation ซึ่งน่าจะเป็นมุ่งหนึ่งของ ปตท.ที่จะมีส่วนช่วยประเทศ