วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ชาร์จ แมเนจเม้นต์ เปิดสไตล์ผู้ใช้อีวี ลุยเป้าหมายผู้นำบริการชาร์จ

ชาร์จ แมเนจเม้นต์  เปิดสไตล์ผู้ใช้อีวี  ลุยเป้าหมายผู้นำบริการชาร์จ

มติการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ บอร์ด อีวี ที่ตั้งเป้าหมายจะมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) รวมทุกประเภทในปี 2568 อยู่ที่ 1,055,000 คัน

มติการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ บอร์ด อีวี ที่ตั้งเป้าหมายจะมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) รวมทุกประเภทในปี 2568 อยู่ที่ 1,055,000 คัน นับเป็นความชัดเจนในการกำหนดนโยบายส่งเสริมรถอีวีในประเทศไทย และเกิดกระแสตื่นตัวตอบรับรถอีวี

บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นต์ จำกัด (SHARGE) ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ได้คาดการณ์ว่าเป้าหมายดังกล่าวของภาครัฐจะสนับสนุนให้ตลาดอุปกรณ์ชาร์จรถอีวี ขยายไปสู่มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี ดังนั้น การเตรียมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Ecosystem) เพื่อส่งเสริมการใช้รถอีวี เป็นสิ่งสำคัญและเร่งด่วนที่ภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคในอนาคตอันใกล้

พีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) เปิดเผยในเฟซบุ๊ก #LIVE: SHARGE Business Direction 2021 พบกับแผนและเป้าธุรกิจอย่างเป็นทางการของชาร์จ โดยระบุว่า บริษัท ในฐานะผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน มองว่า ภายใน 5 ปี การใช้รถอีวี จะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เนื่องจากเป็นเมกะเทรนด์ของโลก และการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ และเร่งหาทางลดการสร้างมลภาวะ

ขณะที่ในประเทศไทย ปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากรถยนต์สันดาปมาสู่รถอีวี อย่างยั่งยืนนั่นคือการมีสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับเพียงพอต่อการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงหัวชาร์จได้อย่างทั่วถึง

บริษัท พร้อมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศต่อการเติบโตของรถอีวี ด้วยการเป็นผู้ให้บริการด้านการชาร์จรถอีวีอย่างครบวงจร ทั้งในรูปแบบของการจำหน่ายอุปกรณ์ชาร์จสำหรับติดตั้งตามที่อยู่อาศัย และแหล่งไลฟ์สไตล์ รวมถึงการพัฒนาสถานีชาร์จ (EV Charging Station) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 

โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี (ปี 2563-2568) บริษัทจะสามารถสร้างยอดขายได้ 3,000 ล้านบาท จากการขายเครื่องชาร์จ 20,000 หัวจ่าย ซึ่งจะมาจากการขายอุปกรณ์ให้กับโครงการที่พักอาศัย 30% และ 70% มาจากยอดขายไฟฟ้า จากหัวชาร์จที่กระจายอยู่ 250 แห่ง ให้บริการหัวชาร์จในแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ตลอดเส้นทางกรุงเทพ หัวหิน พัทยา และเขาใหญ่

“บริษัท มองว่า จากปัจจัยต่างๆจะผลักดันให้ประเทศไทยมีรถอีวีกว่า 3 แสนคันในปี 2568 ซึ่งจะต้องมีเครื่องชาร์จประมาณ 1 เครื่องต่อรถ 3 คัน หรือต้องมีเครื่องชาร์จ ประมาณ 1 แสนเครื่อง มั่นใจว่า SHARGE จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม ครองส่วนแบ่งการตลาดผู้ให้บริการด้านธุรกิจการชาร์จรถอีวี ในทุกรูปแบบมากกว่า 30% จากปัจจุบัน บริษัท มีมาร์เก็ตแชร์ อยู่ที่ประมาณ 20%”

ทั้งนี้ เพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้วางโรดแมปใน 5 ปี ผ่านกลยุทธ์ ‘LIFESTYLE CHARGING ECOSYSTEM: NIGHT, DAY, ON-THE-GO’ จึงเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายตามพฤติกรรมของผู้บริโภค 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มแรก NIGHT คือ กลุ่มผู้ใช้บริการชาร์จที่บ้าน มีสัดส่วนสูงสุดหรือคิดเป็น 80% ของผู้ใช้รถอีวี ทั้งหมด เพราะจากการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้งานรถอีวี ในสหรัฐ จีน และยุโรป พบว่า ส่วนใหญ่จะนิยมชาร์จที่บ้านในเวลากลางคืน เพราะสะดวกและเหมาะกับไลฟ์สไตล์รวมถึงการชาร์จตามบ้านมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่า 

ปัจจุบัน ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย 5 ราย ในการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จให้กับโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภททั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ทำให้ปัจจุบันมีหัวชาร์จครอบคลุมการให้บริการมากกว่า 25,000 ครัวเรือน

กลุ่ม DAY คือ ผู้ใช้บริการชาร์จที่เน้นการชาร์จที่จุดหมายปลายทาง เช่น การชาร์จตามศูนย์การค้า แหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ สถานศึกษา และอาคารสำนักงาน โดยกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 15% 

ปัจจุบัน บริษัท ได้จับมือกับศูนย์การค้าและค่ายรถยนต์ชั้นนำกว่า 7 ราย (ศูนย์การค้า 5 แห่ง ค่ายรถยนต์ 2 แห่ง) ในการติดตั้งหัวชาร์จที่ศูนย์การค้าและโชว์รูม และดูแลงานด้านระบบการให้บริการการชาร์จแบบครบวงจรให้กับโชว์รูมรถยนต์ปอร์เช่ โดยภายในปีนี้จะติดตั้งเพิ่มอีก 10 แห่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและหัวเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นหัวชาร์จแบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) 8 แห่ง

กลุ่ม ON THE GO คือ ผู้ใช้บริการชาร์จที่เน้นการชาร์จที่ต้องการชาร์จตามสถานีชาร์จระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด หรือการท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนน้อยที่สุดคือ 5% ของจำนวนผู้บริโภคทั้งหมด

ปัจจุบัน ได้ร่วมมือกับพันธมิตรคือ บริษัทพลังงานในการพัฒนาสถานีชาร์จและร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านสถานีบริการน้ำมัน 1-2 ราย ในการปรับปรุงสถานีแบบเดิมให้กลายเป็นสถานีชาร์จรถอีวี ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการ ครอบคลุมไปถึงหัวเมืองหลัก

นอกจากนี้ บริษัท ยังมีจุดแข็งสามารถจ่ายค่าไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชั่น และบริษัทยังมีผู้ถือหุ้นที่เป็น Strategic Partner จำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ EV Charging ส่งผลให้เราสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

162142826071

พีระภัทร กล่าวว่า การส่งเสริมรถอีวีในประเทศไทย ภาครัฐยังจำเป็นต้องกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าในการชาร์จรถอีวีให้ชัดเจน รวมถึงกฎระเบียบในการติดตั้ง เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้เห็นถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ และเกิดการลงทุนขยายปั๊มชาร์จมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัท มีแผนที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังปี 2568 ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตรเพื่อเตรียมขยายธุรกิจไปสู่ประเทศในแถบ AEC อีกทั้งในเร็วๆนี้ เตรียมเปิดตัวพันธมิตรที่จะขยายงานตามกลยุทธ์ กลุ่ม ON THE GO ที่จะให้ความสำคัญในปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มปั๊มน้ำมัน และไม่ปิดกั้นตัวเอง พร้อมเปิดรับพันธมิตรทุกราย