เก็งกำไร GUNKUL BROOK MEGA
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
คาดดัชนีฯ ผันผวน แนวรับ 1536 / 1530 จุด แนวต้าน 1560 / 1570 จุด แนะนำ เก็งกำไร GUNKUL BROOK MEGA ทางเทคนิคจะเกิดสัญญาณซื้อต่อเมื่อดัชนีฯ ยืนเหนือ 1555 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ คือ รายงาน 1Q21E GDP ของไทย (คาดชะลอตัว -3.3% YoY, -0.8% QoQ (Vs 4Q20 -4.2% YoY, +1.3% QoQ) และรายงานผลกำไรบจ. (ผลบวกต่อหุ้นรายตัว หากออกมาดีกว่าคาด) ส่วนปัจจัยลบ คือ 1. นักลงทุนต่างชาติยังคงลดพอร์ตลงทุนหุ้นเอเชียและหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง และเริ่มขายทำกำไรสินค้าโภคภัณฑ์ นำโดยกลุ่มสินแร่และโลหะ 2. จำนวนผู้ติดเชื้อCOVID-19 รายใหม่ในเอเชียหลายประเทศ นำโดย ไต้หวัน สิงคโปร์ ปรับสูงขึ้นรอบใหม่ และทำให้ต้องออกมาตรการควบคุมเพิ่มเติมรอบใหม่ ปัจจัยบวก คือ 1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นโลก เมื่อวันศุกร์กลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ส่งผลให้โอกาสสูงที่เฟดยังคงนโยบายผ่อนคลายการเงิน 2. นายกฯ ประกาศปรับจังหวัดในโซนสีต่าง ๆ และผ่อนคลายการอนุญาตให้นั่งทานในร้านได้บางส่วนจนถึง 3 ทุ่ม มีผลวันที่ 17 พ.ค.
ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม
- ธปท. ออกมาตรการเพิ่มเติมมีผลวันนี้ เพื่อช่วยลดภาระของลูกหนี้รายย่อย โดยขยายมาตรการเดิม พักหนี้ ลดหนี้ ออกไปจนถึงสิ้นปี และเพิ่มการสามารถคืน รถ รถมอเตอร์ไซต์ (ผลกระทบต่อกลุ่มธนาคารและกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์มีจำกัด)
- จีนรายงานตัวเลขค้าปลีก ผลผลิตอุตสาหกรรม การลงทุนเดือน เม.ย. คาดเติบโตลดลงตามนโยบายสร้างเสถียรภาพแทนการเติบโตของธนาคารกลางจีน
- บจ. ที่เหลือะทยอยประกาศงบ 1Q21E ภายในกลางสัปดาห์นี้ อาทิ CK JKN AH
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้: ไทย-รายงาน 1Q21E GDP Growth / UK-ผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมป้องกัน COVID-19 เพิ่มเติม / จีน-ยอดค้าปลีกเดือน เม.ย. คาด +24.9% YoY (Vs เดือน มี.ค. +34.2% YoY) Fixed Asset Investment (YTD) เดือน เม.ย. คาด +19% YoY (Vs เดือน มี.ค. +25.6% YoY), Industrial Production เดือน เม.ย. คาด +9.8% YoY (Vs เดือน มี.ค. +14.1% YoY) / Japan-PPI เดือน เม.ย. คาด +3.1% YoY (Vs เดือน มี.ค. +1% YoY) / USA-NY Empire State Mfg Index เดือน พ.ค. คาด 22.55 (Vs เดือน เม.ย. 26.3)
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกแต่แย่กว่าภูมิภาค: ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1532.29-1558.86 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1549.48 จุด +1.35 จุด วอลุ่ม 9.73 หมื่นล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มการแพทย์ +1.95% วัสดุก่อสร้าง +1.51% และนำลงโดยกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ -0.95% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -0.64% หุ้นบวก >4% STGT BROOK GUNKUL 7UP TOA CHG KWM TRUBB BWG PROS XPG SIRI SCM SKE THAI SQ WINMED AEC LANNA KCM หุ้นลบ >4% RCL TTA CTW TM SIAM SCN PHOL ILINK TNITY MICRO
+ ตลาดหุ้นโลกปิดบวก: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกต่อเนื่อง DJ +1.06% (+360.68 จุด) S&P500 +1.49% Nasdaq +2.32% นำขึ้นโดยกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี รับข่าว CDC เผยประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่กลางแจ้งและอาคารของสถานที่ต่าง ๆ และสภาสหรัฐฯ เตรียมเสนอวงเงิน 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยการผลิตไมโครชิพของสหรัฐฯ ส่วนตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปิดบวก DAX +1.43% CAC40 +1.54% FTSE +1.15% (ทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา DJ -1.1% S&P -1.4% Nasdaq -2.3% WoW)
+ ราคาน้ำมันดิบและทองคำปิดบวก: ราคาน้ำมันดิบกลับมาปิดบวก WTI +USD1.55 ปิดที่USD65.37/บาร์เรล Brent +USD1.66 ปิดที่ USD68.71/บาร์เรล จากสมาคมรถยนต์อเมริกันคาดว่าช่วง Driving Season ที่จะเริ่มในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้าจนถึงสิ้นเดือน พ.ค. จะมีผู้เดินทางเพิ่มขึ้น 60% YoY เป็น 37 ล้านคน (Vs ปีก่อนอยู่ที่ 23 ล้านคน) ส่วนราคาทองคำปิดสูงขึ้น +USD14.10 ปิดที่ USD1,838.10/ออนซ์ จากการอ่อนค่าของเงิน USD หลังรายงานค้าปลีกอ่อนแอกว่าคาด (ทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +0.7% WoW Brent +0.6% WoW Gold +0.4% WoW)
ประเด็นสำคัญ
+ COVID-19: นายกฯ มีคำสั่งให้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. ปรับเกณฑ์ระดับพื้นที่ในโซนสีต่าง ๆ โดยพื้นที่สีแดงเข้ม เหลือ 4 จากเดิม 6 จังหวัด และสีแดง เหลือ 17 จากเดิม 45 จังหวัด
+ Vaccine: องค์การเภสัช เผยได้รับมอบวัคซีนฯ ซีโนแวค จากจีน จำนวน 5 แสนโดส เมื่อวันที่ 15 พ.ค. และปลายเดือนนี้จะเข้ามาเพิ่มอีก 1.5 ล้านโดส
- Fund Flow: สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้น 6 ชาติเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่น ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม ด้วยจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น –USD 9,673mn (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า –USD2,190mn) โดยมีแรงขายใน 3 ตลาดหุ้น ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และไทย โดยตลาดหุ้นไทยมีแรงขายต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง -USD423 mn (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า – USD193mn)
+/- ตลาดหลักทรัพย์: หลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับซื้อขาย ช่วงวันที่ 17 พ.ค. - 25 มิ.ย. ได้แก่ DITTO INOX VPO ส่วนบจ. ที่หลุดจากมาตรการแล้ว ได้แก่ J KOOL NEX NEX-W2 PACO ส่วนบจ. ที่รอลุ้นหลุดจากมาตรการสัปดาห์นี้ ได้แก่ FVC ETC XPG XPG-W4 CHAYO 7UP 7UP-W4 YGG
+ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้: ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ยื่นขอความช่วยเหลือได้ ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ถึงสิ้นปีนี้
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: AH DOHOME KCE
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: GUNKUL BROOK MEGA
Derivatives: เปิดสถานะ Short S50M21 เก็งกำไร (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)








