background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

TIDLOR เทรดวันแรกลุ้นเหนือจอง โบรกฯ เคาะราคาเป้าหมายปีนี้ 43 บาท

TIDLOR เทรดวันแรกลุ้นเหนือจอง โบรกฯ เคาะราคาเป้าหมายปีนี้ 43 บาท

วันนี้ (10 พ.ค.) หุ้น “เงินติดล้อ” เทรดวันแรก “บล.ยูโอบีฯ” คาดพุ่งแรงเหนือราคาจอง 36.50 บาท ทะลุเป้าหมายปีนี้ที่ 43.00 บาท “บล.หยวนต้า” เชื่อราคาบวกมากกว่า 10% จากแนวโน้มธุรกิจสดใส “บล.โนมูระฯ” ลุ้นมาร์เก็ตแคปปรับขึ้นแตะ 1.8 แสนล้าน ลัดคิวเข้า SET50

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ (10 พ.ค.) เป็นวันแรก ภายหลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 1,043.54 ล้านหุ้น​ (รวมหุ้นส่วนเกิน) ที่ราคาจองซื้อสูงสุด 36.50 บาทต่อหุ้น

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คาดราคาหุ้น TIDLOR ปรับขึ้นเหนือจองวันแรกที่เข้าซื้อขาย รวมถึงคาดราคาหุ้นในช่วงแรกจะปรับขึ้นต่อเนื่องดีกว่าราคาเหมาะสมที่ฝ่ายวิจัยให้ไว้ที่ 43.00 บาทต่อหุ้น ตามทิศทางหุ้น IPO ตัวอื่นๆ ที่ราคามักจะปรับขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน

อย่างไรก็ดี TIDLOR ถือเป็นหุ้นไฟแนนซ์ที่มีความแข็งแกร่งเทียบกับคู่แข่ง โดยมีอัตราตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Loan Loss Coverage Ratio) สูงสุดในอุตสาหกรรมที่ 325% ณ สิ้นปี 2563 ขณะที่อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 1.7% ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ 1.9%

ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2564 คาดกำไรสุทธิเติบโต 19% อยู่ที่ 2,867 ล้านบาท โดยปัจจัยหนุนการเติบโตของสินเชื่อ 17% ตามทิศทางอุตสาหกรรมและการเปิดสาขาใหม่ รวมถึงได้ปัจจัยหนุนจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่บริษัทคาดเติบโต 40%

สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แนะนำระมัดระวังในการซื้อขายวันแรก เพราะคาดราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นสูงจากความต้องการซื้อที่ล้นหลาม อีกทั้งในแง่ของมูลค่าราคาเหมาะสม 43.00 บาท จะมีอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ในปีนี้ที่ 33.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 27.1 เท่า

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้น TIDLOR มีโอกาสปรับขึ้นจากราคาจองซื้อ เพราะอยู่ในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ซึ่งนักลงทุนให้มูลค่าสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ (พรีเมียม) อีกทั้งได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ส่งผลให้ประชาชนมีความต้องการใช้เงินด่วนมากขึ้น

“ด้วยความที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ดีคาด TIDLOR จะประสบความสำเร็จในการเข้าเทรดวันแรก แม้จำนวนหุ้นจะเยอะ และมีขนาดมาร์เก็ตแคปใหญ่ แต่คาดราคาหุ้นจะปรับขึ้นมากกว่า 10% หรือมากกว่าการปรับขึ้นของหุ้น IPO ตัวล่าสุดอย่าง บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) ที่เข้าเทรดเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งธุรกิจได้รับผลกระทบโควิด-19”

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ธุรกิจจำนำทะเบียนของ TIDLOR ได้ประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ช้า และคาดว่าในระยะอีก 3 ปีข้างหน้าจะยังสามารถเติบโตต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดี P/E ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม จึงแนะนำนักลงทุนพิจารณาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในปีนี้ก่อนตัดสินใจลงทุน

ส่วนโอกาสการเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ด้วยเกฑณ์พิเศษ (Fast Track) ประเมินว่าค่อนข้างท้าทาย เพราะมาร์เก็ตแคปจะต้องปรับขึ้นแตะ 1.8 แสนล้านบาท ในวันแรกที่เข้าระดมทุน ปัจจุบันบริษัทมีมาร์เก็ตแคป 8.4 หมื่นล้านบาท ที่ราคา IPO 36.50 บาทต่อหุ้น