วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หอการค้าฯเสนอ 14 พื้นที่ทั่วกรุงฉีดวัคซีน

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัทเอกชน สนับสนุนภาครัฐกระจายและฉีดวัคซีน โดยใช้ กทม. เป็นพื้นที่นำร่องสำหรับฉีดวัคซีนรวม 14 แห่ง รองรับประชาชนได้กว่า 20,500 คนต่อวัน


ประธานกรรมการหอการค้าไทย สนั่น อังอุบลกุล ระบุ หอการค้าไทยได้ร่วมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน โดยจะใช้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่นำร่องกระจายทั่วกรุงเทพฯ นอกเหนือจากการฉีดที่โรงพยาบาล ซึ่งจะมีทั้งสถานที่ที่เป็นศูนย์การค้า สำนักงาน และสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งสถานที่ทั้ง 14 แห่ง จะรองรับประชาชนได้ประมาณ 1,000-2,000 คนต่อวัน รวมแล้วสามารถให้บริการได้วันละ 20,500 คน ซึ่งจะเป็นส่วนเสริมการให้บริการของกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนสามารถเลือกหน่วยบริการที่ประสงค์รับบริการฉีดวัคซีนได้ทาง Line ‘หมอพร้อม’ ซึ่งจะเปิดให้ใช้งาน 1 พ.ค.นี้

โดยในระยะถัดไปจะจัดทำหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ ตามชุมชน และบริษัทต่าง ๆ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน โดยมีภาคเอกชนสนใจให้การสนับสนุนหลายแห่ง และจะนำต้นแบบของพื้นที่เอกชนร่วมกับกรุงเทพฯ กระจายผ่านหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการช่วยบริหารจัดการสถานที่ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

สำหรับจำนวนวัคซีนที่เข้ามาฉีด ได้เก็บข้อมูลของบริษัทเอกชนที่ได้ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าจำนวน 2,600 บริษัท ในอนาคตเมื่อสามารถนำเข้าวัคซีนทางเลือกได้หอการค้าไทยจะประสานไปยัง รพ.เอกชนที่จะนำวัคซีนทางเลือกมาฉีดให้พนักงานกว่า 9 แสนราย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติให้ซื้อวัคซีนที่หลากหลายมากขึ้นนอกเหนือจาก แอสตราเซเนกา ซิโนแวค โดยจะเจรจาซื้อวัคซีน สปุตนิก จอนสันแอนจอนสัน ไฟเซอร์ ซิโนฟาร์ม โมเดอนา ซึ่งที่ผ่านมาหอการค้าไทยได้เข้าไปเจราจาไว้บ้างแล้ว แต่เนื่องจากทางรัฐบาลได้ชี้แจงว่าได้เตรียมงบประมาณไว้อย่างเพียงพอในการจัดหาวัคซีน และถ้ารัฐบาลเป็นผู้เจรจาเองก็จะสามารถทำได้รวดเร็ว คล่องตัวมากกว่าเอกชนนำเข้ามาเองเพราะยังไม่มีความชำนาญ จึงเป็นที่มาที่หอการค้าไทยได้เปิดทางให้รัฐบาลเป็นผู้เจรจาในการนำเข้าวัคซีนเป็นหลัก โดยเอกชนพร้อมสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่

 หอการค้าไทยคาดโควิดทุบ ศก.สูญ 3 แสนล้าน

สำหรับการประเมินตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจหอการค้าคาดว่าเสียหายประมาณ 1-1.5 แสนล้านบาทต่อเดือน โดยคาดว่ารัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ภายใน 2-3 เดือน ความเสียหายจะอยู่ที่ราว 3 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีงบประมาณเตรียมไว้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่แล้วกว่า 3 แสนล้าน ทั้งนี้ในไตรมาสที่ 3 หากฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้มากขึ้นตามแผนเชื่อว่าจีดีพีไทยจะโตได้ประมาณ 3% และหากไตรมาส 4 วัคซีนเข้ามาเป็นจำนวนมากก็จะทำให้จีดีพีโตได้เพิ่มอีก หอการค้าไทยประเมินว่าปี 2564 จีดีพีไทยจะโตได้ 1.5-3% ขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์การระบาดได้เร็วแค่ไหน