background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'เด็กจบใหม่' และ 'First Jobber' เพิ่งเริ่มทำงาน เลือกทำ 'ประกัน' แบบไหนดี?

'เด็กจบใหม่' และ 'First Jobber' เพิ่งเริ่มทำงาน เลือกทำ 'ประกัน' แบบไหนดี?

เปิดเทคนิคการเลือกซื้อ "ประกัน" สำหรับ "เด็กจบใหม่" "First Jobber" หรือคนที่เพิ่ง "เริ่มทำงาน" ให้เหมาะกับวัย และโอกาส ที่เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการเงินที่ดีได้ในอนาคต

"ประกัน" เป็นหนึ่งในการวางแผนการเงินที่อาจไม่ได้ทำให้รวยขึ้น แต่จะไม่ทำให้จนลง เพราะการทำประกันคือการแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้ให้กับความเสี่ยงในมิติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา และส่งผลกระทบกับการเงินของเราได้

สำหรับ เด็กจบใหม่ "First Jobber" หรือคนที่เพิ่ง "เริ่มทำงาน" หลายคนอาจมองว่าการ "ทำประกัน" ไม่ใช่เรื่องจำเป็นต่อชีวิตเพราะในวัยที่อายุน้อย สุขภาพยังแข็งแรงดี ความเสี่ยงต่ำ หรือมีเงินไม่มากพอที่จะทำประกันในแต่ละเดือน 

แต่เมื่อมีโรคระบาด "โควิด-19" ทำให้มุมมองเหล่านี้อาจเปลี่ยนไป หลายคนเริ่มกังวลเรื่องสุขภาพของตัวเองมากขึ้น และตระหนักว่า "โรคไม่เลือกอายุ" ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด โรคร้าย หรือแม้แต่อาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและเงินในกระเป๋าของคนเราได้เสมอ

   

161960695277

เพราพรรณ วัชรกาฬ

ปณิดคิดเงิน ชวนคุยกับ "เพราพรรณ วัชรกาฬ" CFP และนักวางแผนการเงินบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต หนึ่งผู้เชี่ยวชาญในแวดวงประกันและการวางแผนการเงินส่วนบุคคล มาช่วยให้เทคนิคการเลือกประกันสำหรับกลุ่ม First Jobber ที่คุ้มค่า และเหมาะสม เพื่อให้การทำประกันได้สิทธิประโยชน์สูงสุด 

   

  • เลือก "ประกัน" แบบไหน เหมาะกับ First Jobber 

เพราพรรณ แนะนำประกัน 2 รูปแบบที่เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ที่อาจมีรายได้ต่อเดือนยังไม่สูงมาก ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน และมีอายุยังไม่มาก โดยมองว่าตัวที่เหมาะสมมากที่สุดตามเงื่อนไขนี้มีประกัน 2 แบบ ได้แก่

    

 1. ประกันชีวิต แบบตลอดชีพ (Whole Life) 

จุดเด่นของการทำประกันชีวิตประเภทนี้ คือได้ ทุนประกันที่สูง เบี้ยประกันต่ำ และสามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้เมื่อรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี 

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เป็นการทำประกันชีวิตที่จะต้องจ่ายเบี้ยต่อไปเรื่อยๆ ตามที่เงื่อนไขกรมธรรม์กำหนด เช่น กรมธรรม์มีกำหนดจ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่อง 20 ปี ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตถึงอายุ 90/99 ปีและจะคืนเงินประกันเมื่ออายุครบกำหนด (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์)

สมมติในกรณีที่จ่ายเบี้ยครบแล้ว เกษียณอายุ 60 ปี และไม่มีภาระที่ต้องการให้ประกันจ่ายเงินให้กับผู้รับประกันกรณีที่เสียชีวิตแล้ว ก็สามารถขอนำเงินประกันออกมาเป็นก้อนได้ โดยไม่ได้รับความคุ้มครองชีวิตต่อถึงครบ 90/99 ปี

สาเหตุที่เหมาะกับคนเพิ่มเริ่มทำงาน

  • เบี้ยประกันค่อนข้างต่ำ 
  • เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน คนข้างหลังไม่เดือดร้อน
  • ได้ทุนประกันสูง 
  • คุ้มครองระยะยาว
  • ลดหย่อนภาษีได้

 2. ประกันสุขภาพ 

"โรคไม่เลือกอายุ" เพราพรรณ มองว่า ณ เวลานี้ ประกันสุขภาพไม่ใช่ความเสี่ยงเฉพาะวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุอีกต่อไป เมื่อโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นมาก หรือแม้แต่โรคร้ายที่มีโอกาสกัดกินสุขภาพของคนทุกวัยได้

ประกอบกับอัตราค่ารักษาพยาบาลของไทยโตเฉลี่ย 7-8% สูงกว่าคาดการณ์เงินเฟ้อเฉลี่ยของไทยในระยะยาวที่ 3% เสียอีก 

ความน่ากลัวของโรคต่างๆ และค่ารักษาพยายาลไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เมื่อสถานการณ์คับขัน การทำ "ประกันสุขภาพ" จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยแบกรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและปัญหาทางการเงินที่อาจตามมาได้

"หลายคนมองว่าประกันสุขภาพคือการจ่ายทิ้ง แต่ถ้าเราจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพทุกปี ปีละ 10,000 บาทเรารู้ว่าเราต้องจ่ายเงินเท่าไร แต่ถ้าเราเกิดป่วยขึ้นมาแล้วไม่มีประกันไว้รับความเสี่ยงเลย อาจจะต้องจ่าย 5 หมื่น 5 แสน 1 ล้าน หรือบานปลายจนไม่รู้เลยว่าต้องจ่ายอีกเท่าไร ซึ่งจะกระทบการเงินอย่างแน่นอน" เพราพรรณ กล่าว  

สาเหตุที่เหมาะกับคนเพิ่มเริ่มทำงาน

  • คุ้มครองความเสี่ยงสุขภาพในระยะยาว
  • คนอายุน้อยมีโอกาสป่วยหนักได้ 
  • ช่วงอายุน้อย เบี้ยประกันต่ำกว่า
  • ลดหย่อนภาษีได้

    

162062215596

  •  เลือกประกันแบบไหน ไม่เหมาะกับ First Jobber 

อีกหนึ่งประกันยอดฮิตที่คนเพิ่งเริ่มทำงานมักจะเลือกเป็นประกันเล่มแรก คือ "ประกันสะสมทรัพย์" หรือที่หลายคนเรียกว่า "ประกันเงินออม" ซึ่งเป็นประกันชีวิตที่มีลักษณะการจ่ายเบี้ยสั้น ได้เงินก้อนเมื่อครบกำหนด และมีความคุ้มครองชีวิตด้วย

เช่น กรมธรรม์ประกันเงินออม หรือประกันสะสมทรัพย์ 7/17 ให้จ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่อง 7 ปี แล้วมีความคุ้มครองถึง 17 ปี และจะได้เงินก้อนออกมาเมื่อครบกำหนด 17 ปี โดยจะได้รับเงินต้นพร้อมผลตอบแทนที่แน่นอน ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราว 1-2% ต่อปี บางกรมธรรม์มีเงินปันผลให้ระหว่างที่ยังจ่ายเบี้ยด้วย

ประกันสะสมทรัพย์จึงเหมาะกับการเป็นประกันเสริมเล่มต่อๆ ไป ไม่ใช่เล่มแรก หรือเหมาะกับคนใกล้เกษียณอายุที่ต้องการเก็บเงินในระยะสั้นๆ มากกว่า 

ลักษณะสำคัญของ ประกันสะสมทรัพย์ จุดเด่นคือได้เงินคืน ไม่สูญเปล่าไปเมื่อไม่เสียชีวิต แต่จุดด้อยคือเรื่องทุนประกัน และความคุ้มครองย่อมต่ำกว่าความคุ้มครองของประกันชีวิตแบบปกติ เมื่อเทียบเบี้ยประกันในระดับเท่ากัน

ซึ่งเพราพรรณ ให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ประกันสะสมทรัพย์ไม่เหมาะกับวัยที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน เพราะด้วยเม็ดเงินเท่ากัน สามารถทำประกันที่ได้สิทธิประโยชน์มากกว่า ดังนั้น ประกันสะสมทรัพย์จึงเหมาะกับการเป็นประกันเสริมเล่มต่อๆ ไป ไม่ใช่เล่มแรก หรือเหมาะกับคนใกล้เกษียณอายุที่ต้องการเก็บเงินในระยะสั้นๆ มากกว่านั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หลายคนเลือกทำประกันออมทรัพย์เพียงเพราะมองว่าเป็นตัวช่วยในการเก็บเงิน สร้างความมั่งคั่ง แต่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการทำประกัน เพราะประกันไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นการจัดสรรรายได้มารองรับความเสี่ยง

ดังนั้นการเลือกทำประกันสักเล่ม จึงควรเลือกจากความจำเป็นในชีวิตของแต่ละคน งบประมาณที่เหมาะสม และไม่ลืมทำความเข้าใจกับเงื่อนไขของประกันแต่ละประเภทก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุดอย่างที่ควรจะได้รับด้วย

     

ที่มา :  รายการปณิดคิดเงิน ซีซัน 2 EP.23