วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส.อ.ท.เปิดยอดส่งออกรถยนต์ มี.ค.ทะลุ 1 แสนคันสูงสุดรอบ 2 ปี

ส.อ.ท. ระบุ ยอดส่งออกรถยนต์เดือนมี.ค. ทะลุ 1.04 แสนคัน สูงสุดในรอบ 2 ปี คาด ทั้งนี้นำเงินเข้าประเทศ 1 ล้านล้านบาท เพราะตลาดโลกฟื้นตัว ส่วนในประเทศ 7.5 หมื่นคัน โต 25% มั่นใจปี 64 ถึงเป้าผลิต 1.5 ล้านคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนมี.ค.2564 มีทั้งสิ้น 104,506 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 16.38% และเพิ่มขึ้นจากก.พ. ที่ผ่านมาถึง 31.50% นับเป็นการส่งออกสูงสุดในรอบ 24 เดือน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าขยายตัว

ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดหลัก เช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ขยายตัว 48.16% เอเชีย ขยายตัว 46.40% ยุโรป ขยายตัว 53.93% ส่งผลให้ 3 เดือนแรกปีนี้(ม.ค.-เม.ย.64)  ส่งออกรถยนต์ 258,108 คัน  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.13% มีมูลค่าการส่งออก 143,081.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.05% 

ด้าน การส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนมี.ค. 2564 มีจำนวน 101,634 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค.ของปีก่อน 16.53% โดยมีมูลค่า 8,026.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.70% ส่งผลให้เดือนมกราคม - มีนาคม 2564 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 269,472 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.71% มีมูลค่า 24,687.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.04%

“ในปีนี้มีแนวโน้มสูงที่มูลค่าการส่งออกรถยนต์ทั้งหมดจะทะลุ 1 ล้านล้านบาทอีกครั้ง แต่จะต้องจับตาสถานการณ์ระบาดของโควิดรอบ 4 ในต่างประเทศ จะเป็นอย่างไร จะมีการล็อกดาวน์ในประเทศคู๋ค้าหรือไม่ รวมทั้งต้องดูอีก 4 ตลาดที่ยอดในเดือนมี.ค.ยังเป็นลบ เช่น ตะวันออกกลาง ติดลบ 15.65% แอฟริกา ติดลบ 0.26% อเมริกาเหนือ ติดลบ 58.40% และอเมริกาใต้ ติดลบ 27.45% ว่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่”

ส่วน ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศมี.ค. 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 74,925 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว   25.47% และเพิ่มขึ้นจากก.พ. 26.01% ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าที่จองในงานมอเตอร์โชว์ที่จัดขึ้นตามปกติในปีนี้ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะยางพารา

ส่งผลให้ส่งผลให้รถยนต์นั่ง รถพีพีวีและรถบรรทุกขายเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 24.19%  89.87% และ 84.24% ตามลำดับ ส่งผลให้ยอดรวมการขายภายในประเทศตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค. 2564 มียอดขายรถยนต์ 194,137 คัน ลดลงจากปี 2563 ในระยะเวลาเดียวกัน 2.96%

ขณะที่ รถจักรยานยนต์ มียอดขายในประเทศ 169,672 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค. ปีก่อน 15.63% และเพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.ที่ผ่านมา 30.39% โดยยอดขายรวม 3 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวน 435,443 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.09%

สำหรับ การผลิตรถยนต์มี.ค. 2564 มีทั้งสิ้น 162,515 คัน เพิ่มขึ้นจากมี.ค.ปีก่อน 10.7% รวมการผลิต 3 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 465,833 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.68%  โดยเป็นการผลิตเพื่อส่งออกได้ 270,695 คัน   58.11% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.61%  ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 3 เดือนแรก ผลิตได้ 195,138 คันคิดเป็น 41.89 % ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  2.32% 

“ยอดรวมการผลิตรถยนต์ในปีนี้ คาดว่าจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.5 ล้านคัน สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อยที่มียอดผลิต 1.4 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อขายภายในประเทศ 7.5 แสนคัน และผลิตเพื่อส่งออก 7.5 แสนคัน แต่ทั้งนี้จะต้องใช้เวลาอีก 2 เดือน จับตาการระบาดของโควิดรอบใหม่ทั้งในและต่างประเทศจะส่งผลกระทบอย่างไร ซึ่งหากไม่ส่งผลกระทบก็อาจจะปรับเป้าหมายการผลิตในปีนี้เพิ่มขึ้น”

 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมี.ค.2564 ซึ่งทำการสำรวจระหว่าง 5 มี.ค.-9เม.ย.ที่ยังไม่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19รอบใหม่อยู่ที่ระดับ 87.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 85.1 ในเดือนก.พ. 2564 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกขนาดอุตสาหกรรมและทุกภูมิภาคซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจกำลังจะกลับมาอยู่แล้วแต่กลับต้อมาเผชิญกับการระบาดรองใหม่ อย่างไรก็ตามครั้งถัดไปจะมีการแถลงดัชนีฯให้เร็วขึ้นโดยไม่รอตัวเลขยานยนต์เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์