เงินบาทอ่อนค่าลงจับตาสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19ในประเทศ กดดันแรงเทขายสินทรัพย์ในไทย และโฟลว์จ่ายปันผล ขณะที่ผู้เล่นในตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง คาดวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.35- 31.50บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.35 - 31.50 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท เราประเมินว่า หากเงินดอลลาร์ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดิม ปัจจัยที่ต้องจับตาในฝั่งค่าเงินบาทคือ ปัญหาการระบาดของ โควิด-19 ในไทย และ การทยอยจ่ายปันผลให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสำหรับปัญหาการระบาดของ โควิด-19 ผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ อาจไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์มากขึ้นจะเห็นได้จากแรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติที่ไม่ได้รุนแรงนัก
ดังนั้น หากสถานการณ์การระบาดไม่ได้เลวร้ายลงหนัก จนนักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ไทยวันละไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท เรามองว่า เงินบาทมีแนวโน้มที่จะทรงตัวในกรอบเดิม 31.35-31.50 บาทต่อดอลลาร์
นอกจากนี้ หากไม่มีทั้งแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ และโฟลว์จ่ายปันผล (ซึ่งจะกลับมาเยอะอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม) เงินบาทอาจไม่อ่อนค่ารุนแรงในระยะสั้น เพราะผู้ส่งออกต่างรอขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 31.45-31.50 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ผู้ในเล่นตลาดส่วนใหญ่ยังกล้าเปิดรับความเสี่ยงต่อเนื่อง (Risk-On) ท่ามกลางรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเกินคาด (76% ของบริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานมานั้น รายงานผลกำไรที่ดีเกินคาด) ส่งผลให้ ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ S&P500 ปรับตัวขึ้น ราว 0.22% ใกล้ทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง
ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ก็ปิดบวกราว 0.9% หลังตลาดมองผลประกอบการบริษัทเทคฯ อาทิ บริษัทผลิตSemiconductor อย่าง AMD จะออกมาดีเกินคาดมาก
ในฝั่งยุโรป ความหวังการทยอยผ่อนคลายมาตรการLockdown ซึ่งรวมถึงการทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบ ได้หนุนให้ดัชนีหุ้นยุโรป STOXX50 ปรับตัวขึ้นราว 0.2%
แม้ว่าตลาดจะยังคงอยู่ในภาวะ Risk-On แต่ผู้ในเล่นตลาดบอนด์ส่วนใหญ่ยังคงถือครองพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอยู่เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ประเมินว่า เฟดจะยังคงส่งสัญญาณไม่รีบปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในการประชุมสัปดาห์นี้แม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแข็งแกร่งและตลาดหุ้นจะทำนิวไฮก็ตาม ทำให้บอนด์ยีลด์ระยะยาว อย่าง บอนด์ยีลด์สหรัฐฯอายุ 10ปี ยังคงแกว่งตัวในกรอบไปอีกสักระยะ
โดยล่าสุด ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 1bps แตะระดับ1.57% ซึ่งยังคงเห็นภาพผู้เล่นในตลาดบางส่วน รอเข้าซื้อตอนยีลด์ขึ้นหรือราคาบอนด์ย่อ (Dip Buyers)
ทางด้านตลาดค่าเงิน โดยรวมเงินดอลลาร์ทรงตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก (ดัชนี DXY ทรงตัวที่ระดับ 90.87 จุด) เนื่องจากตลาดยังรอคอยปัจจัยใหม่ๆ ซึ่งเรามองว่ามีโอกาสเป็นปัจจัยกดดันเงินดอลลาร์มากกว่า โดยเฉพาะหากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในฝั่งยุโรปดีขึ้น ก็อาจจะหนุนให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้น กดดันเงินดอลลาร์ได้
สำหรับวันนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจและการประชุมธนาคารกลางที่น่าสนใจจะอยู่ในฝั่งเอเชียเป็นหลัก โดยตลาดประเมินว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในโซนเอเชียยังคงได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออก โดยเฉพาะในฝั่งประเทศผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor ชั้นนำอย่าง เกาหลีใต้ ชี้จากการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกกว่า 1.2%y/y จากที่หดตัวราว 1.2% ในไตรมาสที่ 4 ปีก่อน
ทั้งนี้ ในฝั่งญี่ปุ่น ตลาดมองว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% พร้อมเติมสภาพคล่องสู่ระบบการเงินผ่านการซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) เพื่อประคองเศรษฐกิจท่ามกลางปัญหาการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19
นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว และ ผลการประชุม BOJ ตลาดจะยังคงติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก รวมถึง รายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน





