‘ปตท.-บี.กริม’ เข้มโควิด รักษาฐานการผลิต 'อีอีซี'

‘ปตท.-บี.กริม’ เข้มโควิด รักษาฐานการผลิต 'อีอีซี'

ภาคเอกชน เข้มรักษาความปลอดภัยพนักงาน และฐานการผลิต หลังโควิด-19 ระบาดในระลอกที่ 3 พร้อมเกาะติดสถานการณ์ เตรียมยกระดับมาตรการให้สอดรับนโยบายรัฐ เชื่อความมั่นทางธุรกิจ

การระบาดของโรคโควิด-19 กระจายไปทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดใน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของภาคการผลิตที่หลายบริษัทได้วางมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการระบาดเพื่อไม่ให้กระทบกับการเดินเครื่องผลิต

แหล่งข่าว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ที่มียอดผู้ติดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทาง ปตท.ได้เข้มงวดมาตรการด้านสุขอนามัยที่รัดกุม พร้อมทั้งให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐ เป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ของพนักงานผู้ปฏิบัติการในพื้นที่

โดยในส่วนของฐานการปฏิบัติการที่สำคัญด้านก๊าซธรรมชาติของ ปตท.ในภาคตะวันออก ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการชลบุรี และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ระยอง ปตท.ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนการรองรับเพื่อไม่ให้การปฏิบัติงานหยุดชะงัก และไม่ให้มีผลต่อความต่อเนื่องในการส่งก๊าซและผลิตภัณฑ์ให้แก่ภาคปิโตรเคมี

“ในปัจจุบันมีมาตรการให้พนักงานที่ไม่เป็น Critical person ปฏิบัติงาน work from home และมีการแยกพื้นที่ปฏิบัติการสำหรับพนักงานปฏิบัติการ Critical person ออกจากกันอย่างเคร่งครัด”

อย่างไรก็ตาม ปตท.ยังเตรียมความพร้อมยกระดับมาตรการเป็นการ Lock up หากพบพนักงานหรือแรงงานจ้างเหมาในพื้นที่ติดเชื้อ 1 รายขึ้นไป หรือในกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ยกระดับมาตรการของประเทศและแต่ละจังหวัดต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทในเครือ ปตท.ที่มีฐานการผลิตสำคัญอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้เข้มงวดมาตรการด้านสุขอนามัยเช่นกัน เพื่อให้พนักงานต้องปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัส โดยแต่ละบริษัทจะพิจารณาให้พนักงานในสำนักงานกว่า 90% ให้ทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home

161906702925

ขณะที่ในส่วนของทางโรงงาน ได้เตรียมยกระดับสู่มาตรการ Lock Up เพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มงวด เช่นเดียวกับมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 ซึ่งแต่ละบริษัท ได้วางมาตรการดูแลพนักงานที่ปฏิบัติงานใน Sensitive Area เช่น Control Room มีการจองโรงแรมให้พัก มีรถรับส่งโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ตลอดจนเข้มงวดเรื่องการรักษา ความสะอาดในพื้นที่ รวมถึงมาตรการลดสัดส่วนพนักงานผู้ปฏิบัติงานให้เหลือเฉพาะพนักงาน Critical person รวมถึงงดการเดินทางข้ามจังหวัด

โดยจะเห็นว่าจากการใช้มาตรการดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการผลิตทุกโรงงาน และกระบวนการผลิตยังเดินเครื่องการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น จะไม่มีผลกระทบทั้งธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น

161906677683

ขณะที่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กลับมาอีกครั้ง โดยในส่วนของฐานการผลิตในจ.ระยอง หรือในอีอีซียังไม่ถึงขั้นประกาศเป็นนโยบาย “Lock up” หรือมาตรการการปกป้อง Sensitive Area เหมือนการระบาดในช่วงต้นปี2564 ที่ผ่านมา แต่ได้สั่งการให้พนักงานปฏิบัติในรูปแบบ Work From Home 

ส่วนพนักงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ พร้อมระงับการเดินทางหรือเคลื่อนย้ายพนักงานข้ามจังหวัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

อย่างไรก็ตาม ทุกโรงงานของ GC ยังสามารถเดินเครื่องการผลิตได้เต็มศักยภาพ และไม่มีเหตุขัดข้องแต่อย่างใด โดยทุกฐานการผลิตจะดำเนินงานภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนเข้มงวดเรื่องการรักษาความสะอาดในพื้นที่ การรายงานตนเองผ่าน แอพพลิเคชั่น GC COVID-19 Reporting System ทุกวัน สำหรับการ Tracking เพื่อติดตามสุขภาพและการทำงานของพนักงานของทั้งองค์กร

161906675510

นพเดช กรรณสูตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่อย่างเคร่งครัด ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดตามมาตรการของบริษัท และสอดรับกับมาตรการของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดและให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความปลอดภัย

โดยในส่วนของพนักงานที่ประจำอยู่ในภายสำนักงาน ได้ใช้มาตรการให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่พัก (Work From Home) ส่วนพนักงานที่อยู่ประจำโรงไฟฟ้าหรือในนิคมอุตสาหกรรมได้จัดให้มีการทำงานเป็นกะ เพื่อเว้นระยะห่างในการปฏิบัติงาน เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานอย่างเต็มที่ ควบคู่กับความสามารถในการเดินเครื่องการผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ เพื่อรักษาผลการดำเนินงานทางธุรกิจ

ปัจจุบัน ในส่วนของโรงไฟฟ้า ยังสามารถเดินเครื่องการผลิตกระแสไฟฟ้าและไอน้ำที่มีคุณภาพได้ตามปกติ โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาเป็นปกติใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว แต่ในระยะต่อไปยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดว่าจะรุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการผลิตหรือไม่ ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่เห็นผลกระทบใดๆ ทุกส่วนยังสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ

ทั้งนี้ปัจจุบัน บี.กริม มีโรงไฟฟ้าพลังานความร้อนร่วมในพื้นที่อีอีซี ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ชลบุรี) 6 แห่ง โรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ระยอง) 5 แห่ง โรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง 2 แห่ง และโรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ (มาบตาพุด) 1 แห่ง