วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 19 April 2021

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 19 April 2021

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับที่สูงขึ้นเล็กน้อย หลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว ท่ามกลางความล่าช้าการฉีดวัคซีน หลังวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันถูกระงับ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 65-70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

161883612419

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (19 – 23 เม.ย. 64)

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับที่สูงขึ้นเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัว ประกอบกับสำนักงานพลังงานสากลปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของความต้องการใช้น้ำมันโลกปี 64 ขึ้นเป็น 5.69 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากความเชื่อมั่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีผลบังคับใช้ทั่วโลกและการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่แพร่หลายต่อเนื่อง จะสนับสนุนการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความกังวลเล็กน้อยหลังมีการระงับฉีดวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ในสหรัฐฯ หลังพบผลข้างเคียงมีอาการลิ่มเลือดอุดตัน ในผู้ป่วยจำนวน 6 ราย

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

  • สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับปริมาณการความต้องการใช้น้ำมันโลกปี 64 เมื่อเทียบกับปี 63 จากเดิมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 46 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในรายงานเดือนมี.ค. 64 เป็นเพิ่มขึ้น 5.69 ล้านบาร์เรลต่อวันในรายงานเดือนเม.ย. 64 ซึ่งสอดคล้องกับรายงานกลุ่มโอเปคเดือนเม.ย..64 ที่คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันในปี 64 จะเติบโตที่ระดับ 5.95 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับปี 63 หลังสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการแจกจ่ายและฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในสหรัฐฯและจีน ซึ่งคาดว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นในยุโรป อินเดีย และบราซิล ขณะนี้ ยังคงกดดันการฟื้นตัวความต้องการใช้น้ำมัน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการบริโภคน้ำมันสูง
  • จีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ในเดือนมี.ค.64 เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค. 63 ที่ระดับ 69 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไตรมาส 1/64 จีนนำเข้าน้ำมันดิบ 11.29 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงกว่าไตรมาส 1/63 ที่นำเข้าราว 10.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อยู่ภายใต้การควบคุม และการฟื้นตัวของสภาพเศรษฐกิจ ทำให้หลายโรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิต ตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น
  • สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด 9 เม.ย. 64 ปรับลดลง 9 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 492.4 ล้านบาร์เรล เป็นการปรับลดมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับลด 2.9 ล้านบาร์เรล หลังโรงกลั่นน้ำมันสหรัฐฯ ดำเนินการผลิตในระดับสูงที่ร้อยละ 85 แสดงถึงความต้องการใช้น้ำมันสหรัฐฯ มีสัญญาณฟื้นตัว
  • ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากการระงับใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน หลังองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ร่วมกันเรียกร้องให้ระงับการฉีดวัคซีนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทั้ง 6 ราย โดยบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ยืนยันว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นไม่ได้เชื่อมโยงกับการฉีดจากบริษัท ทั้งนี้วัคซีนจากจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันมีการฉีดแล้วราว 7 ล้านโดสทั่วสหรัฐฯ ส่วนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ที่ถูกระงับการฉีดเป็นการชั่วคราวหลังมีผลข้างเคียงในผู้รับการฉีดบางราย ได้รับการอนุมัติให้นำกลับมาฉีดอีกครั้ง แต่บางประเทศเช่น เดนมาร์ก ได้ประกาศระงับการฉีดวัคซีนดังกล่าวอีกครั้ง หลังกังวลผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  • ตลาดกังวลสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตี พันธมิตรของอิหร่าน ในเยเมนเปิดเผยว่า ยิงโดรน 17 ลำและขีปนาวุธ 2 ลูกใส่เป้าหมายต่างๆในซาอุดิอาระเบีย รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันในเมืองจูบาอิล และเจดดาห์ แต่ยังไม่มีการยืนยันจากซาอุดิอาระเบียถึงการโจมตีทั้งกล่าว โดยโรงกลั่นในเมืองเจดดาห์ได้หยุดดำเนินการผลิตไปตั้งแต่ปี 60 แต่ยังใช้จุดแจกจ่ายน้ำมันสำเร็จรูป ทั้งนี้ซาอุดิอาระเบียระบุว่ากลุ่มฮูตียังโจมตีที่ตั้งทางทหารต่างๆในเมืองคามิส มูชาอิทและเมืองจาซาน อีกด้วย
  • เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารจีนและกลุ่มยูโรโซนเดือนเม.ย. 64, ดัชนีผู้บริโภคอังกฤษเดือนมี.ค.64, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและการบริการกลุ่มยูโรโซนและสหรัฐฯเดือนเม.ย.64

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (12 – 16 เม.ย. 64)  

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 3.53 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 63.13 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 3.57 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 66.77 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 65.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันสหรัฐฯ ที่เริ่มฟื้นตัว นอกจากนั้นราคายังได้รับแรงหนุนระยะสั้นจากการความกังวลเหตุความรุนแรงในตะวันออกกลางหลังกลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุดิอาระเบียด้วยโดรน และขีปนาวุธ ใส่โรงกลั่นน้ำมันในเมืองจูบาอิล และเจดดาห์ อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นในเมืองเจดดาห์ได้หยุดดำเนินการผลิตไปตั้งแต่ปี 60 แล้วเหลือเพียงการใช้เพื่อเป็นจุดแจกจ่ายน้ำมันสำเร็จรูป ในขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในยุโรป และอินเดียในตอนนี้ ส่งผลให้ต้องใช้มาตรการเข้มงวดทางสังคมและการล็อกดาวน์อีกครั้ง กดดันความต้องการใช้น้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา