วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

CHAYO ดึงรายใหญ่ร่วมทุน "ชโย เจวี" ระดมเงิน 1.3 พันล้านเสริมแก่งธุรกิจ

CHAYO ดึงรายใหญ่ร่วมทุน "ชโย เจวี" ระดมเงิน 1.3 พันล้านเสริมแก่งธุรกิจ

"ชโย กรุ๊ป" ตั้งบริษัทร่วมทุน "ชโย เจวี" ลุยธุรกิจบริหารหนี้ ประกาศเพิ่มฐานทุนอีก 1.3 พันล้าน จากการใชิสิทธิวอแรนต์ 556.62 ล้าน พร้อมเสนอขายหุ้นนักลงทุนรายใหญ่ 45% รับเงินอีก 810 ล้าน

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2564 มีผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ CHAYO-W1 มาใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญจำนวน 85.64 ล้านหน่วย โดย CHAYO ได้รับเงินจากการแปลง CHAYO-W1 จำนวน 556.62 ล้านบาท เสริมฐานทุนให้บริษัทแข็งแกร่ง หนุนแผนการเติบโตในปีนี้ที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 25%

ต่อมา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. แผนการหาเงินเพิ่มเติมเพื่อมาต่อยอดการเติบโตของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ผ่านการจัดตั้งบริษัท ชโย เจวี จำกัด (Chayo JV) ได้สำเร็จลุล่วงแล้ว โดย Chayo JV ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บริหารสินทรัพย์ ชโย จำกัด พร้อมประกาศเพิ่มทุนในบริษัท Chayo JV อีกจํานวน 1,745 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 55 ล้านบาท

โดย CHAYO จะเข้าถือ Chayo JV ประมาณ 55% จากเดิมถืออยู่ 99.99% (ทั้งนี้ เงินลงทุนที่ใช้ในครั้งนี้ประมาณ 80 - 90% บริษัทมีแผนที่จะออกตราสารหนี้ และ/หรือเงินกู้ยืมเพื่อมาลงทุน) พร้อมดึงนักลงทุนรายใหญ่ไม่เกิน 9 ราย ถือหุ้น 45% โดยนักลงทุนต้องใส่เงินประมาณ 810 ล้านบาท หากสำเร็จ CHAYO จะมีเงินอีก 1,800 ล้านบาท ในการลงทุนเพิ่มในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ เพิ่มเติมจากแผนที่บริษัท บริหารสินทรัพย์ ชโย จำกัด (CHAYO ถือ 100%) วางไว้ในการซื้อหนี้มาบริหารปีนี้อีก 10,000 ล้านบาท โดยมีงบลงทุนไว้ที่ 1,000 – 1,200 ล้านบาท

หากแผนการเสนอขายหุ้น 45% ใน Chayo JV  ให้กับนักลงทุนสำเร็จ จะทำให้บริษัทมีฐานทุนเพิ่มอีกประมาณ 1,367 ล้านบาท (มาจากการแปลง CHAYO-W1 557 ล้านบาท และมาจากนักลงทุน 810 ล้านบาท) โดยจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้บริษัทในปีนี้ (ที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 25%) และในปีต่อๆ ไป

ทั้งนี้ การมีฐานทุนเพิ่มอีก 1,367 ล้านบาท จะส่งเสริมศักยภาพในการเติบโต และ/หรือศักยภาพในโครงสร้างทางการเงิน (Leverage) หรือกู้ยืมเงินของบริษัทได้อีกมาก และจะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ของบริษัทต่ำลง โดย D/E Ratio ณ วันที่ 31 ธ.ค.2563 อยู่ที่ 1.38 เท่า (Interest Bearing Debt)

ปัจจุบันเราได้มีการพูดคุยกับนักลงทุนจำนวนไม่เกิน 9 ราย โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการร่วมทุนอย่างมาก โดยเราจะพยายามหานักลงทุนที่จะมาช่วยต่อยอดธุรกิจของเราเป็นหลัก และเราคาดหวังเป็นอย่างมากที่เราจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ซึ่งจะเป็นการต่อยอดธุรกิจและการเติบโตของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญและมั่นคง” นายสุขสันต์ กล่าว

ทั้งนี้  CHAYO ดำเนินธุรกิจหลักคือ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน โดย ณ สิ้นปี 2563 CHAYO มีพอร์ตบริหารหนี้ด้อยคุณภาพรวมอยู่ที่ 65,397 ล้านบาท มีสัดส่วนหนี้ที่ไม่มีหลักประกันราว 75% และหนี้ที่มีหลักประกันราว 25% ของพอร์ตบริหารหนี้รวม ตั้งเป้าหมายปี 2564 ขยายการลงทุนรองรับการซื้อหนี้เสีย หนุนเป้าหมายรายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน