วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาพการลงทุนโดยรวมยังสนับสนุนการเลือกเก็งกำไรรายตัว

การจราจรในคลองสุเอซคาดกลับเข้าสู่ปกติ

หลังทีมงานประสบความสำเร็จในการกู้เรือ Ever Given ที่เกยตื้นและกัดขวางการสัญจรเป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ และสามารถย้ายเรือที่กีดขวางไปยังทะเลสาป Bitter Lakes และคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีก 3-4 วัน ในการบริหารให้กลับสู่ปกติ รวมถึงการจัดการจราจรสำหรับเรือ 453 ลำ ที่รอคิวอยู่ ค่าระวางในระยะสั้นยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ทำให้อาจต้องระวังแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเดินเรือ ทั้งนี้การเดินเรือที่กลับสู่ปกติ คาดส่งผลบวกต่อการขนส่งปิโตรเลียมและน้ำมันดิบ ซึ่งบวกกับกลุ่มโรงกลั่น ประจวบกับการเกิดการระเบิดของโรงกลั่นในอินโดนีเซียที่น่าจะกระทบกับอุปทานระยะสั้นของ Gasoline เรามองเป็นบวกต่อ SPRC และ ESSO และเป็นจิตวิทยาบวกต่อการเก็งกำไร IRPC ที่เป็นโรงกลั่นบวกปิโตรเคมี

ตลาดหุ้นโลกระยะสั้นอาจมีแรงกระเพื่อมจากการบังคับขาย ความผันผวนในหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะในหุ้นเทคโนโลยีมาจากกรณีการถูกบังคับขาย (Forced sell) หลักทรัพย์ของกองทุน Archegos Capital ซึ่งเป็นผลมาจากถือสถานะในธุรกรรม Block trade ในหุ้นหลายตัวที่ปรับลดลงแรงโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี ได้แก่ ViacomCBS, Discovery, Tencent, Vipshop, Baidu เป็นต้น ทั้งนี้ ผลของการบังคับขายหุ้นมูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท ทำให้เกิดผลขาดทุนต่อบริษัทหลักทรัพย์และสถาบันการเงินบางแห่งในสหรัฐฯ ได้แก่ โนมูระ, เครดิตสวิส, มอร์แกนสแตนลีย์ และโกลด์แมนแซคส์ ซึ่งบรรยากาศดังกล่าวอาจกดดันภาพการลงทุนในระยะสั้น โดยสิ่งที่ต้องจับตาคือการบังคับขายดังกล่าวกดดันให้ราคาหลักทรัพย์ลดลง จนกดดันให้เกิดการขายปิดสถานะเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เราประเมินว่า 1) ผลกระทบดังกล่าวจะไม่ลุกลามจนทำให้เกิดวิกฤติรอบใหม่ 2) ความเสี่ยงจะกระจุกอยู่กับหุ้นที่ซื้อขายด้วย Valuation ที่แพงและกลุ่มเทคโนโลยี ดังนั้นผลกระทบต่อหุ้นไทยคาดจะอยู่ในระดับที่จำกัดกว่า

ตลาดเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back รวมถึง Asset warehousing เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, AWC, MINT, CPN, BDMS 2) กลุ่มเปิดเศรษฐกิจ บวกต่อ CPN, CRC, MAJOR, SPA, BDMS, M 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา 8) งบไตรมาส 1/64 โดดเด่น ได้แก่ SCC, BANPU, SUPER, TVO, PTT, FTREIT, WHART

ภาพรวมกลยุทธ์ ยังคงมุมมองบวกต่อภาพระยะกลาง เลือกหุ้นผสมระหว่างฟื้นัตวทางเศรษฐกิจและทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง กองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำ รวมถึงหุ้นที่ยังขึ้นน้อย คาดกลุ่มธนาคารพาณิชย์และท่องเที่ยวมีโอกาสฟื้นตัวช่วยประคองจิตวิทยาการลงทุน ขณะที่ระวังการอ่อนค่าของบาท (เงินเหรียญสหรัฐฯแข็งค่า) อาจกระทบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า// หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร IRPC*, PTG*, TWPC*, ACE*

แนวรับ 1,575 / แนวต้าน : 1,600 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุน

3 แบงก์ใหญ่ มั่นใจสินเชื่อธุรกิจพุ่ง โครงการรัฐ-ลงทุนหลังโควิดฟื้น. แบงก์ชี้สินเชื่อธุรกิจคึกคัก ไทยพาณิชย์ชี้ รับอานิสงค์ โครงการลงทุนภาครัฐเพิ่ม หนุนยอดขอกู้ภาคธุรกิจเริ่มคึกคัก ด้านกรุงไทย รับแม้สินเชื่อธุรกิจยังชะลอ แต่เชื่อครึ่งหลังเห็นการฟื้นตัว กรุงศรี เดินหน้าเป็นพันธมิตรธุรกิจ คาดหนุนพอร์ตสินเชื่อโต6%ปีนี้

ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจท่องเที่ยวต่ำกว่าปกติในไตรมาส 1/64. สทท.รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 36 สะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติและแย่กว่าไตรมาสที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดฟื้นตัวในไตรมาส 2/64

MBK เปิดร้านดองกิ 10 สาขา – บริษัทยังเดินหน้าลงทุนสวนกระแส และการขยายสาขา เพื่อรองรับแผนการขยายเพิ่มประมาณ 10 สาขาใน 3 ปีข้างหน้า

ประเด็นติดตาม: - 31 มี.ค. : TH Industrial Production เดือน ก.พ., China Manufacturing PMI เดือน มี.ค. / 1 เม.ย. : OPEC Meeting, US Initial Jobless Claims, US PMI เดือน มี.ค.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)