วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

หอการค้าชง“ยิ่งใช้ยิ่งได้คืน" ลดหย่อนภาษี1แสนดันบริโภค

หอการค้าไทยได้เปลี่ยนคณะกรรมการชุดใหม่ โดยมีการคัดเลือกนายสนั่น อังอุบลกุล ขึ้นมาเป็นประธานกรรมการคนใหม่ ซึ่งมีแผนผลักดันนโยบาย “Connect the Dots” ฟื้นเศรษฐกิจไทยใน 99 วัน

หอการค้าไทยได้เปลี่ยนคณะกรรมการชุดใหม่ โดยมีการคัดเลือกนายสนั่น อังอุบลกุล ขึ้นมาเป็นประธานกรรมการคนใหม่ ซึ่งมีแผนผลักดันนโยบาย “Connect the Dots” ฟื้นเศรษฐกิจไทยใน 99 วัน เพื่อมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและร่วมแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า คณะกรรมกรหอการค้าชุดใหม่มีนโยบาย ‘Connect the Dots’ ซึ่งจะให้หอการค้าให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อมุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าฟื้นฟูเศรษฐกิจภาย 99 วัน ซึ่งการดำเนินการให้ไปสู่เป้าหมาย ได้กำหนดแผนงานสำคัญไว้ 3 เรื่องคือ 

1.เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ 

2.เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ด้วย Digital Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 

3.แก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้สะดวก (Ease of Doing Business) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจได้สะดวกมากขึ้น

สำหรับการฉีดวัคซีนให้ประชาชน ภาคเอกชนเห็นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเปิดประเทศ นั้น ขณะนี้ภาคเอกชนต้องการที่จะช่วยภาครัฐในเรื่องการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาเดินได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจมีภาคเอกชนกว่า แสนรายมีความพร้อมที่จะออกค่าใช้จ่ายเองเพื่อนำวัคซีนมาฉีดให้พนักงานและพร้อมสนับสนุนการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง ทั้งการขนส่ง การหาสถานที่ในการฉีด ตู้เย็นการจัดเก็บวัคซีน การช่วยประชาสัมพันธ์ จัดหาบุคคลกรให้เพียงพอ

“ไทยถือว่ามีความล่าช้าในการฉีดวัคซีน โดยล่าสุด คนไทยได้รับวัคซีนไปแล้ว 1.36 แสนโดส คิดเป็น 0.2% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจากการพูดคุยกับหลายบริษัทมีความพร้อมในการออกกค่าใช้จ่ายวัคซีนเอง พร้อมทั้งมีการเสนอแนวทางการฉีดวัคซีนแบบซื้อ 1 แถม 1 หรือแนวทาง Buy 1 Give 1 ซึ่งเป็นการที่ฉีดวัคซีนให้พนักงานตัวเอง 1 Dose แล้วพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนให้ฉีดแก่ประชาชน อีก 1 Dose โดส โดยเรื่องนี้หอการค้าไทยจะเข้าไปหารือกับรัฐบาลในเร็วนี้ๆ”

นอกจากนี้หอการค้าไทยยังจะเปิด Clubhouse ของคนการค้า ในหัวข้อ“คนรุ่นใหม่” ร่วมหอการค้าไทยพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 30 มี.ค.เวลา 20.00 น.เพื่อเปิดรับฟังความเห็นให้กว้างมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาททางธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้มั่นใจว่าการดำเนินการทั้ง 3 มาตราเร่งด่วนของการค้าไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ภายใน 99 วัน

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า นโยบายการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยด้วย Digital Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของหอการค้าไทยในช่วง 99 วัน ซึ่งจะมีการสนับสนุนโครงการใหม่เพื่อ เสริมสภาพคล่องและช่องทางการค้าขายให้กับเอสเอ็มอี 

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่กับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่จะทำหน้าที่ช่วยคัดกรองและให้ข้อมูลลูกค้าเอสเอ็มอีที่เป็นผู้เช่าพื้นที่ รวมถึงเป็นซัพพลายเออร์กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยให้การพิจารณาเครดิตเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเพิ่มการเข้าถึงสภาพคล่องให้กับเอสเอ็มอีเหล่านั้นที่มีหลายแสนรายทั่วประเทศ

นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการบริหารหอการค้าไทย กล่าวว่า เอสเอ็มอีถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยอยู่ในกลุ่มภาคการค้าและการบริการ 2.4 ล้านราย หรือ 80 % ของเอสเอ็มอีทั้งหมด และมีการจ้างงาน 7 % ของประเทศ และมีจีดีพีรวมกัน 34 % มูลค่ากว่า 5.6 ล้านล้าน หากเอสเอ็มออีไม่สามารถฟื้นได้ โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก 

ดังนั้นจำเป็นต้องมีความพร้อมเพื่อเปิดประเทศ ฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ โดยภารกิจหลักในช่วง 99 วัน คือ การกระตุ้นให้ใช้สินค้าไทยและการท่องเที่ยวในกลุ่มคนไทยและต่างชาติเป็นสิ่งที่จำเป็น และหอการค้าไทยมีแผนเพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย กระตุ้นให้มีการใช้สินค้าไทย ผ่านโครงการ “ฮักไทย” (Hug Thais) คือสนับสนุนให้ใช้ของไทย กินของไทย และเที่ยวเมืองไทย

หอการค้าไทยขานรับแผนเปิดภูเก็ตของรัฐบาลในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เปิดโครงการ “Hug Thais Hug Phuket” เพื่อเป็นต้นแบบให้นักท่องเที่ยว และ นักธุรกิจต่างชาติมาเที่ยวและทำงานในจังหวัดภูเก็ต โดยเสนอให้อยู่ในภูเก็ตแบบ Long Stay และ Work from Phuket และ รับสิทธิพิเศษเพิ่มจากร้านค้า และบริการต่างๆเพียงแสดง Vaccine Passport นอกจากนั้นยังเน้นที่จะสนับสนุนให้ภาครัฐและบริษัทเอกชนต่างๆ ใช้สินค้า “ฮักไทย” และจะเสนอภาครัฐให้รวมสินค้าฮักไทยเข้าในระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย

หอการค้าไทยจะเสนอให้ภาครัฐสร้างความมั่นใจให้เกิดการใช้จ่ายด้วยแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง โดยยกระดับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ให้เป็น “ยิ่งใช้ยิ่งได้คืน” โดยให้ลดหย่อนภาษีได้ถึง 100,000 บาท (จากเดิม 30,000 บาท) พร้อมกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรฐานการค้าที่เป็นธรรมเกิดการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อการพัฒนาภาคการค้าและบริการ โดยเฉพาะทางด้าน Ecommerce เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย

นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้สะดวก ทางหอการค้าไทยมีเป้าหมายหอการค้าฯที่เสนอให้ปรับปรุงภายใน 99 วันคือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ของคนเข้าเมืองโดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่มีฝีมือ การทบทวนการลดหรือเลิกขอใบอนุญาต และการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการที่มีความซ้ำซ้อนในหลายใบอนุญาต 

รวมถึงปรับปรุงและพัฒนากฎหมายในลักษณะของกลุ่มธุรกิจ เช่น การท่องเที่ยว หรือ MICE โดยหอการค้าไทยจะเชื่อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชนทำงานเป็นทีม เพื่อเชื่อมให้ประเทศไทยพร้อมจะก้าวไปสู่อนาคตได้ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว