นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วันนี้ เคาะเปิดภูเก็ตนำร่องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้นแบบจังหวัดแรก เร็วกว่าเดิม ต.ค.64 ช่วยหนุนจีดีพีโตได้ 4% เล็งออกมาตรการกระตุ้นบริโภค ดึงเงินออมประชาชน 1.5-1.6 แสนล้าน
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมนาหัวข้อ “ปี 2021 ประเทศไทยไปต่อ” จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน ว่า ปี 2564 แม้หลายหน่วยงานคาดหมายว่าเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพารายได้จากต่างประเทศทั้งการท่องเที่ยวและการส่งออกสูงจะมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว
ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.7% ส่วนหน่วยงานทางเศรษฐกิจอื่นคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3% เท่านั้น แต่รัฐบาลคงเป้าหมายการทำงานที่ผลักดันให้เศรษฐกิจปี 2564 ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% โดยจีดีพีอีก 1% มาจาก 2 ส่วน คือ
1.มาตรการการผ่อนคลายเปิดประเทศ ซึ่งหากเปิดประเทศได้เร็วขึ้นในบางพื้นที่ในจังหวัดท่องเที่ยวก่อนกำหนดการเดิมวันที่ 1 ต.ค.2564 จะช่วยให้รายได้ประชาชนและธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อเศรษฐกิจรวม
สำหรับมาตรการการเปิดรับนักท่องเที่ยวจะหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบศ.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานวันนี้ (26 มี.ค.) ซึ่งจะชัดเจนขึ้นในการเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีน
โดยเริ่มจากจังหวัดที่เสนอตัวว่ามีความพร้อม คือ จ.ภูเก็ต ซึ่งหากทำได้ดีจะขยายไปจังหวัดท่องเที่ยวอื่น เช่น เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ซึ่งใช้วิธีการบินตรงมีขั้นตอนความพร้อมและได้รับการยินยอมจากประชาชนในพื้นที่
2.มาตรการเพิ่มการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเงินออมจำนวนมาก ซึ่งปี 2563 ประชากรไทยมีระดับการออมสูงขึ้น 11% จากปกติอยู่ระดับ 3% ของจีดีพี โดยถ้าดึงเงินออมที่มีมากมาเป็นการใช้จ่าย ซึ่งขอให้ผู้มีรายได้มากออกมาใช้จ่ายมากขึ้นในวงเงิน 1.5-1.6 แสนล้านบาท จะช่วยให้จีดีพีเพิ่มขึ้นได้ 1% โดยสั่งการให้กระทรวงการคลังออกแบบโครงการ และอาจมีรูปแบบ Co-Payment หรือเป็นมาตรการทางภาษีในการลดหย่อนภาษีเพื่อจูงใจการใช้จ่าย
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ศบศ.จะประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดเพื่อนำมาพิจารณาแนวทางในการกำหนดนโยบายที่ครอบคลุม ตรงจุด ในการแก้ไข ฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งการติดตามความคืบหน้าของมาตรการที่มีการดำเนินการไปแล้วเพื่อนำมาประเมินผล และประกอบกับการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี 2564
รวมทั้งการประชุมครั้งนี้จะกำหนดแนวทางเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจะพิจารณาในพื้นที่นำร่องจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงจากการลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยรัฐบาลตระหนักถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และมีความพยายามที่จะช่วยพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่มีสัดส่วนการพึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูง เช่น จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นภายหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เริ่มผ่อนคลายลง ประกอบกับหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยเริ่มทยอยฉีดวัคซีนให้แก่คนในประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้คาดว่าที่ประชุมจะได้มีการพิจารณาแนวทางเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบการธุรกิจและการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ อาทิ การลดข้อจำกัดในการประกอบกิจการของคนต่างด้าว การทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยเฉพาะในสาขาเป้าหมาย และการปรับปรุงระบบศุลกากรและพิธีการศุลกากร ควบคู่กับการพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนของกระบวนการทำงาน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนระยะต่อไป








