วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่งออกเดือนก.พ.แตะ2หมื่นล้านดอลลาร์

สนค.เผย การส่งออกเดือน ก.พ.ติดลบ 2.59 % มูลค่า 20,219ล้านดอลลาร์ ผลจาก เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ-วัคซีนโควิด กระตุ้นเศรษฐกิจโลก คงเป้าปีนี้โต 4 %

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)  เปิดเผยว่า  การส่งออกของไทยเดือนก.พ 2564 อยู่ที่ 20,219ล้านดอลลาร์ ติดลบ 2.59 % ซึ่งมูลค่าการส่งออกไทยเดือนก.พ.มาแตะระดับ2 หมื่นดอลลาร์  เมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 2.87%  ขณะที่การนำเข้ามูลค่ารวม 20,211 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว21.99 % ดุลการค้าเกินดุล 7.25 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ภาพรวม 2 เดือนแรกปี 64  การส่งออกมีมูลค่า 39,925 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 1.16%

การส่งออกของไทยในเดือนก.พ.ที่แตะระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ถือว่าอยู่ในภาวะฟื้นตัว ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจากหลายประเทศสามารถแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองเร็วขึ้น ขณะที่ภาคการผลิตเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ การฟื้นตัวของภาคการผลิตส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ปรับตัวดีขึ้นเหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และสูงสุดในรอบสามปี นอกจากนี้ องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2564 ว่าจะขยายตัวที่ 5.6 % จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.2% โดยปัจจัยสำคัญจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะช่วยเพิ่มอุปสงค์ในสหรัฐฯ และส่งต่อไปยังเศรษฐกิจโลก

161664963248

สำหรับสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ 1.สินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะยางพารา ผักและผลไม้ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารสัตว์เลี้ยง และสิ่งปรุงรสอาหาร 2. สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้าและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และโทรศัพท์และอุปกรณ์ 3. สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ และถุงมือยาง ยังคงมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สินค้าอุตสาหกรรมที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก โดยหลายสินค้าเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องของประเทศคู่ค้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของภาคการผลิตส่วนใหญ่ของโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ

ด้านตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จีน ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ตลาด CLMV หดตัวเล็กน้อย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในเมียนมา รวมถึงตลาดอาเซียน (5) ที่ประเทศส่วนใหญ่ยังมีอัตราการแพร่ระบาดสูง เป็นปัจจัยกดดันที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประเทศผู้นำเข้า ขณะที่ตลาดสหภาพยุโรป (15) เอเชียใต้มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี หลังพลิกกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง ทำให้ภาพรวมการส่งออกในรายตลาดยังคงสดใส

นายภูสิต กล่าวว่า คาดว่าการส่งออกของไทยในระยะต่อไปมีแนวโน้มดีขึ้น จากการกระจายวัคซีนต้านโควิด-19  แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้ยและค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยังวางเป้าหมายการส่งออกทั้งปีขยายตัว  4%