background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เลอบัว ชูจุดแข็งเสิร์ฟประสบการณ์หรู 17 ปี ต่อลมหายใจธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่ม

เลอบัว ชูจุดแข็งเสิร์ฟประสบการณ์หรู 17 ปี  ต่อลมหายใจธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่ม

ภารกิจต่อลมหายใจให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารของ "เลอบัว" ให้ก้าวข้ามวิกฤติโรคระบาด ต้องงัดจุดแข็งสั่งสมประสบการณ์ด้านบริการระดับ "เวิลด์คลาส" เสิร์ฟความหรูหราพร้อมวิว "หลักล้าน" เอาใจสาวก "เก็บดาว" ในต่างแดนหันมาอิ่มเอมร้านมิชลินสตาร์ในไทยแทน

บนสมรภูมิธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและเครื่องดื่มเลอบัววางตำแหน่งทางการตลาดสุดหรู บริหารห้องพัก เสิร์ฟอาหารที่มาจากฝีมือเชฟติดดาวหรือได้มิชลินสตาร์แทบทั้งสิ้น ยิ่งกว่านั้นภาพการรับรู้อันโดดเด่นคือการเป็นต้นตำรับร้านอาหาร ภัตตาคาร บาร์บนชั้นฟ้าหรือรูฟท็อป ใช้พื้นที่หลายชั้นของอาคารสเตท ทาวเวอร์ เปิดร้านแบรนด์ต่างๆให้เห็นในแนวตั้ง(Vertical)

สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่ไปใช้บริการจะได้อิ่มอร่อยอาหารและเครื่องดื่มพร้อมวิวหลักล้านของกรุงเทพมหานคร ทำให้ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการ 17 ปี มีลูกค้าสะสมมากถึง 7 ล้านคน สร้างรายได้หลักพันล้านบาท ทว่า โควิดกระทบธุรกิจหนัก

นราวดี บัวเลิศ ประธาน บริษัท เลอบัว โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด เล่าว่า ผลกระทบจากโรคโควิด-19 ระบาดระลอกแรก ธุรกิจโรงแรมต้องปิดให้บริการนานถึงร้อยวันรายได้หดหาย แต่การปรับตัวต้องเกิดขึ้น โดยพนักงานของบริษัท แม้กระทั่งเชฟขนมหวานชาวฝรั่งเศส ชวนลุยเสิร์ฟเมนูครัวซองต์รูปแบบเดลิเวอรี่ มีการปั้นแบรนด์ ลูซิเทีย บาย เลอบัว” รองรับการทำตลาดดังกล่าว

ปกติเชฟของบริษัทจะทำเบเกอรี่เพื่อป้อนให้ร้านอาหารติดดาว(มิชลิน สตาร์) เพื่อทานคู่กับมื้ออาหารต่างๆ จนลูกค้าประทับใจต้องการซื้อกลับบ้าน แต่ไม่มีขาย เมื่อวิกฤติจึงคิดใหม่ ส่งเมนูเด่นไปถึงบ้านกลุ่มเป้าหมายในราคาจับต้องได้ตั้งแต่ชิ้นละ 32 บาทจนแตะ 99 บาท นอกจากนี้ ยังจับมืออินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ทำร้านลูทิเซีย บาย เลอบัว : เดอะ เวอทิคอล ป็อป อัพเป็นการชั่วคราวมีงานศิลปะมาเอาใจลูกค้า ชนิดที่กำเงินหลักร้อยบาทสามารถอิ่มอร่อยอาหารจากเชฟติดดาวและอิ่มเอมงานศิลป์ ให้บริการถึงสิ้นเดือนเม..นี้

เลอบัว มีร้านอาหารราว 10 แบรนด์ให้บริการ เช่น Chef’s table ร้านอาหารฝรั่งเศสขนานแท้, Breez อาหารเอเชีย, Mezzaluna ร้านมิชลินสตาร์ 2 ดาว และ Sirocco รูปท็อปบาร์อันโด่งดังระดับโลก ทั้งหมดทำเงินให้บริษัทราว 55% ต่างจากธุรกิจโรงแรมทั่วไปที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มทำเงิน 25-30% เท่านั้น

หากไม่มีโรคระบาดบริษัทมีแผนจะขยายร้านอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มอีก 6 ร้าน แต่นาทีนี้ต้องชะลอไว้ และรักษากระแสเงินสดที่มีหล่อเลี้ยงธุรกิจให้อยู่รอด

ขณะที่สถานการณ์โรคระบาดยังมีคลัสเตอร์ใหม่ๆ การเปิดให้บริการห้องพักเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเดือนก..ที่ผ่านมา เปิดให้บริการ 50 ห้อง จากห้องพักทั้งหมด 358 ห้อง ก่อนโควิดอัตราการเข้าพักสูงถึง 80-82% ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวสหรัฐ เยอรมัน ยุโรปฯ ปัจจุบันหลายประเทศรวมทั้งไทยมีการฉีดวัคซีนให้ประชาชน บริษัทหวังให้การฟื้นตัวกลับมา 50% ถือว่าน่าพอใจ เพราะหากรายได้จะกลับสู่ตัวเลขเดิมคาดว่าต้องใช้เวลาราว 2 ปี

ก่อนเจอวิกฤติโรคระบาด เลอบัว เคยทำรายได้ 1,400-1,500 ล้านบาทต่อปี เคยเติบโตเฉลี่ย 25% ช่วงออกตัว ก่อนจะเข้าสู่จุดคงที่โตเฉลี่ย 10% ต่อปี

ความสำเร็จ 17 ปี ของเลอบัว เราสามารถสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ไม่ใช่เป็นแค่ร้านอาหารและเครื่องดื่ม แต่มอบบริการให้เป็น Luxury Experience ทุกอย่างถูกคิดมาหมดแล้ว

สำหรับการปรับตัวให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤติโรคระบาด บริษัทต้องการให้คนไทยมาใช้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่ม พักโรงแรมเพิ่มเป็น 60% โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางที่ชอบไปเก็บดาวหรือตระเวนชิมร้านอาหารมิชลินสตาร์ในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละปีมีจำนวนมาก เดิมคนไทยมีสัดส่วนเพียง 40-50% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเลอบัว เคยระดมเชฟมิลชินสตาร์ 3 ดาว 6 คน รวม 18 ดาว มารังสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศเพื่อเสิร์ฟลูกค้ามื้อละ 1 ล้านบาท และปลายปี 2564 บริษัทมีแผนจะทำการตลาดที่อลังการณ์และสร้างความว้าว! ให้กลับกลุ่มเป้าหมายอีกครั้ง เป็นโปรเจคที่จะผนึกกับอินเด็กซ์ ครีเอทีฟฯอีกครั้งด้วย เป้าหมายสำคัญคือต้องการสร้างบรรยากาศท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการหาทางสร้างการอยู่รอดไปทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย