วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระยะสั้นถูกกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรขึ้นและค่าเงินสหรัฐฯแข็งค่า

เฟดไม่ต่ออายุโครงการผ่อนคลายเงินทุนธนาคารพาณิชย์ ที่จะหมดอายุ 31 มี.ค.64

ทั้งนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด เฟดได้ผ่อนคลายเกณฑ์ความเพียงพอของเงินทุน (Supplementary Leverage Ratio หรือ SLR) โดยยกเว้นการนำพันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากที่สถาบันการเงินฝากไว้กับเฟดในการคำนวณ SLR ส่งผลให้อัตราส่วนดังกล่าวสูงขึ้นและธนาคารพาณิชย์สามารถเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยกดผลตอบแทนพันธบัตรลง อย่างไรก็ตามการไม่ต่ออายุมาตรการข้างต้น ส่งผลให้การคำนวณอัตราส่วน SLR โดยรวมจะต่ำลง และสถาบันการเงินอาจจำต้องขายพันธบัตรที่ถือครองเพื่อเพิ่มระดับความพอเพียงของเงินทุน ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่เร่งการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯในระยะสั้น

SLR กระทบต่อธนาคารสหรัฐฯ แต่ไม่กระทบกับธนาคารไทย ผลกระทบเบื้องต้นจากการไม่ผ่อนคลาย SLR ได้แก่ 1) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น 2) ค่าเงินสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้น 3) การปล่อยกู้ของสถาบันการเงินสหรัฐฯ คาดจะชะลอหรือลดลง กระทบต่อหุ้นสถาบันการเงินสหรัฐฯ 4) ธนาคารไทยไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ขณะที่อาจได้รับผลพลอยได้เชิงบวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย ที่น่าจะถูกดึงให้สูงขึ้นตาม 5) อย่างไรก็ตามอาจต้องระวังเงินทุนไหลออกระยะสั้นกระทบต่อหุ้นขนาดใหญ่

ยังคงกลยุทธ์และมุมมองเดิมคือระวังหุ้นที่อ่อนไหวต่อผลตอบแทนพันธบัตร โดยเฉพาะ ทองคำ และหุ้นเทคโนโลยี (ที่ Valuation แพง) ขณะที่หุ้นที่ขึ้นมาก โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด อาจมีแรงขายล็อคกำไร (แต่อาจฟื้นช่วงสั้นจากข่าวล็อคดาวน์รอบใหม่ในยุโรป) โดยกลุ่มที่น่าในใจและเป็นแหล่งพักเงินจะเป็นหุ้นที่ยังขึ้นน้อย มีการถือครองในช่วงที่ผ่านมาต่ำ (Under-owned) ซึ่งหุ้นที่ยัง Laggard ใน SET50 (นับจาก 25 มี.ค.63) ที่น่าสนใจ ได้แก่ ADVANC, EGCO, BAM, TCAP, RATCH, BJC, DTAC, TU, TOA, OSP, BH, TRUE, CPALL, BTS, SCC เป็นต้น

ตลาดเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, AWC, MINT, CPN, BDMS 2) กลุ่มเปิดเศรษฐกิจ บวกต่อ CPN, CRC, MAJOR, SPA, BDMS, M 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา

ภาพรวมกลยุทธ์ แม้การไม่ขยายการผ่นคลายให้ธนาคารอาจถูกมองเชิงบวกถึงความเชื่อของเฟดต่อความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินสหรัฐฯ แต่ระยะสั้นเป็นลบจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับขึ้นและการแข็งค่าของเงินเหรียญฯกดดันต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะสั้นได้ ยังคงมุมมองบวกต่อภาพระยะกลาง ระยะสั้นเน้นเก็งกำไรรายตัว และทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง กองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำ รวมถึงหุ้นที่ยังขึ้นน้อย // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร SUPER*, WHAUP*, AMA*, ACE*

แนวรับ 1,550 / แนวต้าน : 1,580-1,600 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุน

เตรียมเปิดกักตัวแหล่งท่องเที่ยว นายกฯ เล็งเม.ย.เปิดประเทศให้ต่างชาติมาเที่ยว กักตัวในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ภูเก็ต กระบี่ และ เชียงใหม่ส่วนคลัสเตอร์บางแคกับสถานกักกันตม.มั่นใจคุมได้ วัคซีนซิโนแวคล็อตสอง 8 แสนโดสถึงไทยแล้ว

ไม่มีสัญญาณบวกจากการเจรจา สหรัฐฯ-จีน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนเสร็จสิ้นการเจรจา 2 วันในรัฐแอลาสกาของสหรัฐแล้ว และได้ส่งสัญญาณในวันศุกร์ (19 มี.ค.) ว่า ยังไม่มีความความคืบหน้าที่สำคัญใดๆ ในด้านความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน

อย.เรียกคืนใบอนุญาตกัญชง – ได้มีการชี้แจงถึงกรณีการเรียกคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธ์กัญชง โดยระบุเป็นเรื่องเข้าใจผิด และจะส่งคืนให้ ภายหลังการปรับแก้รายละเอียดตามคำสั่งคณะกรรมการยาเสพติด โดยยืนยันว่าไม่ใช่การเรียกคืนใบอนุญาตอย่างถาวร

สายสีเหลือง. ยอมรับเจรจากับ BTS ถึงทางตัน ผลกระทบต่อ BEM หากมีส่วนต่อขยาย พบบีแรกที่เปิดบริการทำรายได้สายสีน้ำเงินหาย 988 ล้านบาท รวม 30 ปี สูญรายได้ 2.7 พันล้านบาท บอร์ดรฟม.เตรียมส่งเรื่องถึงกระทรวงคมนาคมเพื่อหาทางออก

ประเด็นติดตาม: - 24 มี.ค. : ประชุม กนง., Fed Chair Powell Testifies / 25 มี.ค. : US GDP 4Q20

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)