วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’วันนี้เปิด’ทรงตัว’ที่30.55บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินทั่วโลกฟื้นตัวต่อเนื่องด้านเงินบาท ในช่วงนี้พลิกกลับมาแข็งค่าตามความผันผวนของตลาดที่ลดลง และการลงทุนที่ฟื้นตัว แต่โดยรวมถือว่าแข็งค่าช้ากว่า จากมีแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศที่ทยอยออกไปลงทุนตลาดต่างประเทศ

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดวันนี้ที่ 30.55 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน30.45-30.65 บาทต่อดอลลาร์

ช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง นำโดยดัชนี S&P 500 ของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้น 1.04% ปิดที่3939จุดใกล้แตะระดับสูงสุดตลอดกาลจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ส่วนในฝั่งยุโรปได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินยุโรป (ECB) ล่าสุด ที่มีมติเร่งปริมาณการซื้อสินทรัพย์ในโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) จาก 1.5 หมื่นล้านยูโรไปเป็นราว 2.0 หมื่นล้านยูโรต่อสัปดาห์จนถึงช่วงไตรมาสที่สอง หนุนให้ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ฟื้นตัวพร้อมกัน 0.49%

ความเคลื่อนไหวของ ECB กดให้บอนด์ยีลด์เยอรมันอายุสิบปีปรับตัวลง 3bps มาที่ระดับ -0.33% สวนทางกับบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับตัวขึ้น 2bps กลับมาที่ 1.54% เงินยูโรจึงอ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ เงินดอลลาร์ถือว่ายังอ่อนค่า 0.5% ในคืนที่ผ่านมา หนุนราคาน้ำมันดิบ WTI ฟื้นตัวขึ้นแตะระดับ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลราคาทองคำทรงตัว 1723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และบิทคอยน์ทะยานขึ้นเทียบระดับสูงสุดตลอดกาลที่ราว 58,000 ดอลลาร์

ด้านเงินบาท ในช่วงนี้พลิกกลับมาแข็งค่าตามความผันผวนของตลาดที่ลดลง และการลงทุนที่ฟื้นตัว แต่โดยรวมถือว่าแข็งค่าช้ากว่าในช่วงขาขึ้น เนื่องจากมีแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศที่ทยอยออกไปลงทุนตลาดต่างประเทศ และนักค้าเงินที่มองว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐจะปรับตัวขึ้นทำให้ไม่ขายเงินดอลลาร์คืนมามากในช่วงนี้

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า  สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่าทิศทางของยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ยังคงมีผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ ซึ่ง ถ้าหาก ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงหรือทรงตัวได้ ตลาดก็สามารถกล้าเปิดรับความเสี่ยง กดดันให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและหนุนให้ค่าเงินอาจแข็งค่าขึ้น

นอกจากนี้ เงินบาทก็ยังจะได้รับแรงหนุนจาก แรงซื้อสินทรัพย์ โดยเฉพาะหุ้น  (ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้า) ที่อาจทยอยเพิ่มมากขึ้น ตามมุมมองการลงทุนของผู้เล่นในตลาดที่จะเน้นสินทรัพย์ Cyclical

อย่างไรก็ดี แรงซื้อดอลลาร์ของผู้นำเข้าก็เริ่มขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ เงินบาทอาจจะไม่ได้แข็งค่าไปมากนัก

ขณะที่ ถ้าตลาดผันผวนหนักต่อและกดดันให้ เงินดอลลาร์พลิกกลับแข็งค่า เงินบาทก็อาจอ่อนค่ากลับไปได้ถึงระดับ30.75-30.90 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ส่งออกส่วนใหญ่รอขายเงินดอลลาร์

ทั้งนี้ แม้เงินบาทจะผันผวนในกรอบกว้าง เรายังคงมองว่า ผู้ส่งออกควรทยอยปิดความเสี่ยงค่าเงิน ในช่วงที่เงินบาทกลับมาอ่อนค่า เนื่องจากในระยะยาว เราคงมองว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มกลับไปแข็งค่าได้อยู่จากแนวโน้มเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่จะไหลกลับเข้าตลาดทุนไทยมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นอกจากนี้ ผู้ส่งออกอาจเริ่มพิจารณาใช้เครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น อาทิ Option (แต่อาจจะต้องรอให้ความผันผวนตลาดลดลงก่อน) เนื่องจากทิศทางตลาดการเงินในช่วงนี้ สามารถพลิกกลับไป/มา ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง

ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.50-30.60 บาทต่อดอลลาร์