วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โควิดฉุดครัวเรือน-เอสเอ็มอีหนี้ท่วม สภาพคล่องขาดมือ

ธปท.เปิดรายงานกนง. ห่วงครัวเรือนเปราะบาง เอสเอ็มอีเบี้ยวหนี้ หลังแบงก์ระวังปล่อยกู้

    ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จากการประชุมครั้งที่ 1 ปี 2564 ในวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยรายงานกนง.ครั้งนี้ที่่น่าสนใจคือการระบุถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจและเสถียรภาพระบบการเงินไทย

     กนง.ระบุว่า แม้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่ไม่รุนแรงเท่าเดิม เนื่องจากมาตรการควบคุมการระบาดเข้มงวดน้อยลง รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือได้เร็วและตรงจุดประกอบกับการส่งออกฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564 ยังขยายตัวได้แม้อาจต่ำกว่าประมาณการ ณ เดือนธ.ค.2563 บ้าง

    จากปัจจัยลบเพิ่มจากโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่รุนแรงกว่าที่ประเมินไว้เดิม ฉุดการบริโภคภาคเอกชนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากรายได้แรงงานที่ลดลงและการว่างงานที่เพิ่มขึ้น

    ดังนั้นอาจทำให้แรงงานที่มีความเสี่ยงว่ารายได้จะลดลงมาก จากโควิด-19 รอบใหม่ คาดว่ามีประมาณ 4.7 ล้านคน ทั้งที่เป็นลูกจ้างรายวันนอกภาคเกษตร ผู้ประกอบอาชีพอิสระนอกภาคเกษตร และลูกจ้างในสาขาโรงแรม โดยในกลุ่มนี้มีราว 1.2 ล้านคนอาจกลายเป็นผู้ว่างงานหรือผู้เสมือนว่างงาน ที่ทำงานน้อยกว่า 24 ชั่วโมง


    มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น โดยในระยะสั้นขึ้นอยู่กับการควบคุมการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ และมาตรการการคลังในการพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่เกิดการระบาดระลอกใหม่ ขณะที่ในระยะปานกลางขึ้นอยู่กับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

     ไม่เพียงแค่นั้นภาวะตลาดแรงงานที่เปราะบางมากขึ้น หลังการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนเสถียรภาพระบบการเงินที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว ให้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ภาคครัวเรือนมีความเปราะบางมากขึ้นจากรายได้ครัวเรือนที่ปรับลดลง

     โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยที่ยังไม่ฟื้นตัวจากการระบาดรอบก่อนและได้รับผลกระทบเพิ่มเติม จึงต้องติดตามคุณภาพหนี้ในภาคครัวเรือนที่อาจด้อยลงในระยะต่อไป

    ในขณะที่ภาคธุรกิจมีรายได้ลดลง และมีฐานะการเงินเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและบริการที่ยังไม่ฟื้นตัวจากการระบาดรอบก่อน ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อเนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้บางธุรกิจมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น

    แต่จากสถานะของธนาคารพาณิชย์มีฐานะการเงินที่มั่นคง สามารถรองรับคุณภาพสินเชื่อที่อาจด้อยลงได้ในอนาคตซึ่งอาจ ส่งผลให้บางธุรกิจมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น แต่จากสถานะของธนาคารพาณิชย์มีฐานะการเงินที่มั่นคง สามารถรองรับคุณภาพสินเชื่อที่อาจด้อยลงได้ในอนาคต

     อย่างไรก็ดีความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้นของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี อาจส่งผลให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวน้อยลง และอาจทำให้ธุรกิจมีปัญหาขาดสภาพคล่องมากขึ้น จนส่งผลกระทบกลับมายังระบบเศรษฐกิจ


    สำหรับประเด็นสำคัญที่กนง.มีการพูดถึงมากในการประชุมครั้งนี้ คือการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 โดยในระยะสั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะช้าลงและแตกต่างกันมากขึ้น ระหว่างภาคเศรษฐกิจและขนาดธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อความเปราะบางในตลาดแรงงาน

    ดังนั้นคณะกรรมการมองว่า ภาครัฐควรออกแบบมาตรการให้ตรงจุดและเพียงพอ รวมทั้งเร่งดำเนินมาตรการใน ช่วงแรกที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่จะสะท้อนกลับมายังระบบเศรษฐกิจและช่วยลดต้นทุนต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งจะมีมากขึ้นและแก้ไขได้ยากหากไม่ดูแลอย่างทันท่วงที อาทิ แรงงานที่ถูกเลิกจ้างอาจจะใช้เวลานานในการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง

     ด้านมาตรการการคลัง ควรเร่งเบิกจ่ายมาตรการเยียวยาและมาตรการพยุงเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะการอนุมัติโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ ที่จะสิ้นสุดระยะเวลากู้เงินในเดือนก.ย. 2564

    ด้านมาตรการทางการเงินและสินเชื่อควรเร่งลด ภาระหนี้ให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ และให้สภาพคล่องทางการเงินผ่านโครงการค้าประกันสินเชื่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน (PGS 9)

    สำหรับในระยะต่อไป ภาครัฐควรให้น้ำหนักกับมาตรการฟื้นฟูโดยเร่งเบิกจ่ายเพื่อรักษาความ ต่อเนื่องของแรงกระตุ้นภาครัฐ และอาจให้ความช่วยเหลือโดยกำหนดวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่ชัดเจน อาทิ เพื่อรักษาการจ้างงาน หรือเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจให้สอดคล้องกับบริบทใหม่หลังโควิด-19 เพื่อช่วยลดความเปราะบางในตลาดแรงงาน

    ส่วนความเสี่ยงในระยะถัดไป คือ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจทำให้การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติล่าช้า ได้แก่ นโยบายจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของจีน และการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ที่อาจทำให้วัคซีนด้อยประสิทธิภาพลง

    อีกทั้งยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากในประเทศ เช่นประสิทธิผลการกระจายตัวของวัคซีนโควิด-19 ความสมัครใจในการฉีดวัคซีนของประชาชน และความสามารถในการควบคุมและคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกตามแนวชายแดน

    ดังนั้นเห็นว่าภาครัฐควรเตรียมชุดมาตรการการเงินและการคลัง (policy package) ที่สอดคล้องกับแนวโน้มและความเสี่ยงของเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้พร้อมออกใช้ได้ทันทีหากจำเป็น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนนี้ที่อาจเกิดขึ้น และเห็นว่าระดับหนี้สาธารณะที่ปรับสูงขึ้นในระยะปานกลางไม่ได้กระทบต่อความยั่งยืนทางการคลังอย่างมีนัยสำคัญ

    ในด้านมาตรการด้านการเงิน กนง.มองว่า ธปท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมดำเนินมาตรการการเงินเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาต่ออายุมาตรการที่จะทยอยครบก าหนดในปี 2564 หากจำเป็น