“สุพัฒนพงษ์” แจงใช้จ่ายเงินกู้ดูแลเศรษฐกิจในประเทศ ชี้เหลืองบ 2.5 แสนล้าน รับมือความไม่แน่นอน ย้ำคนละครึ่งไม่เอื้อเจ้าสัว
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อภิปรายตอบว่า เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลใช้จ่ายเพื่อดูแลเศรษฐกิจของประเทศไปแล้ว 7.5 แสนล้านบาท คงเหลือ 2.5 แสนล้านบาท โดยส่วนที่ใช้จ่ายไปแล้วส่วนใหญ่ใช้เยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งต้องดูแลประชาชนแต่ละระลอกใกล้เคียงกัน 40 ล้านคน
โดยการวางแผนการใช้จ่ายเงินรัฐบาลคำนึงถึงการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในประเทศและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเช่นโครงการท่องเที่ยวและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมเช่นโครงการคนละครึ่งที่มีผู้ได้ประโยชน์ 15-16 ล้านคน และออกแบบโครงการให้ร้านค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เพื่อให้ร้านค้ารายย่อยได้ประโยชน์
รวมทั้งโครงการนี้ให้ประชาชนร่วมใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นมาใกล้ระดับ 50% ในช่วงปลายปี 2563 ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกันทำให้การเข้าพักของนักท่องเที่ยวในโรงแรมเพิ่มขึ้นจาก 29% เป็น 35% ในปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
“โครงการคนละครึ่งทุกคนเห็นว่าได้ประโยชน์แม้แต่ฝ่ายค้านต้องทำท่าขึงขังไปบ้างเวลาอภิปรายก็รู้ว่าโครงการนี้มีคนได้ประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 15-16 ร้านคน และมีร้านค้ารายย่อยได้ประโยชน์มากโดยที่โครงการนี้ไม่เอื้อเจ้าสัวอย่างแน่นอน และการสร้างการหมุนเวียนในเศรษฐกิจแบบนี้ใครเข้ามาเป็นรัฐบาลในอนาคตก็สามารถที่จะนำไปใช้ได้”
สำหรับวงเงินกู้ที่เหลืออีก 2.5 แสนล้านบาท จะใช้เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไปโดยในส่วนนี้เป็นวงเงิน 2.5 หมื่นล้านที่กันไว้ให้แผนงานด้านสาธารณสุขทั้งวัคซีนและบุคลากรการแพทย์เพื่อให้รับมือกับการระบาดที่ยังมีความไม่แน่นอน






