ตลาดหุ้นวานนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค อย่างไรก็ดี ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบตลอดช่วงการซื้อขาย
คาดตลาดโดยภาพรวมยังรอปัจจัยใหม่เข้าหนุน ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนและจับตาการเผยผลประกอบการงวดปี 2563 ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,523.11 จุด +0.39 จุด +0.03% มูลค่าการซื้อขาย 87,875 ลบ. ต่างชาติ +2,185.36 ลบ. TFEX +4,274 สัญญา ตราสารหนี้ -584 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 64.35 จุด หรือ +0.20% โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร รวมทั้งความหวังที่ว่า สภาคองเกรสสหรัฐจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ที่นำเสนอโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน
+/-ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 58 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 60.05 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า บริษัทพลังงานหลายแห่งได้ระงับการผลิตที่โรงกลั่นน้ำมันในรัฐเท็กซัสเป็นการชั่วคราว
+ เฟดสาขานิวยอร์ก รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ปรับตัวขึ้น 8.6 จุด แตะระดับ 12.1 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.9
+ ฮ่องกงเตรียมผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง
+ยูโรสแตทปรับเพิ่มประมาณการ GDP ยูโรโซนในไตรมาส 4/63
+ญี่ปุ่นจะเริ่มฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ในวันนี้ โดยจะเริ่มฉีดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรก
ปัจจัยลบ
- WHO ได้แสดงความกังวลหลังจากมีการตรวจพบการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) ในสองประเทศของทวีปแอฟริกา
- สธ.เผยคลัสเตอร์จุฬา พบติดเชื้อ 22 ราย ยังรอผลตรวจอีกกว่า 200 ราย
- ฝ่ายค้าน เปิดซักฟอกนายกฯ ชี้ไร้ภาวะผู้นำ-ทุจริตเชิงนโยบาย-เอื้อพวกพ้อง ทำศก.พัง
- อพท. เปิดเผยว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 63 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่พิเศษ 6 แห่งที่อพท.ดูแล โดยเฉพาะรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว โดยรายได้ต่อครัวเรือนต่อปีลดลง 46.54%
-ยอดติดเชื้อโควิดทั่วโลกจ่อแตะ 110,000,000 ราย ตายเกือบ 2,500,000 ราย
+/- เงินบาทปิดตลาดที่ 29.88 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวไปตามทิศทางกระแสเงินทุนต่างประเทศ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวออกข้างในลักษณะ Sideway โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า สภาคองเกรสสหรัฐจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ และราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,510-1,535 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นที่คาดผลประกอบการออกมาดี TACC TNP SONIC BIZ
• ลาวถังแตก เซนติเม้นท์เชิงลบต่อ CKP BPP BCPG RATCH GPSC ซึ่งมีธุรกิจโรงไฟฟ้าในลาว
หุ้นรายงานพิเศษ
TQR IPO 5.1 บาท ราคาเหมาะสม Consensus 6.5-6.9 บาท
•ดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันภัยต่อให้บริการจัดหาสัญญาประกันภัยต่อแก่บริษัทประกันภัยครบวงจร ธุรกิจแบ่งประเภทเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบทั่วไป (Traditional Business) ธุรกิจนายหน้าธุรกิจประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business) และรายได้อื่น ซึ่งปี 2562 มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 60: 38: 2 และงวด 9M63 ประมาณ 33 : 66: 1
•วัตถุประสงค์ในการระดมเงิน 1. ลงทุนพัฒนาระบบไอทีส่งเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการ 2. โครงการพัฒนาแบบจำลองและวิเคราะห์รูปแบบประกันภัยต่อ 3. ลงทุนในธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง
•จำนวนหุ้น IPO 60 ล้านหุ้นมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,173 ล้านบาท ราคา IPO คิดเป็น P/E ratio) ที่ 15.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ระดับ 41.7x ใน mai และ 23.7x ในตลาด SET
•ปี 62 มีกำไร 33 ล้านบาท +34%YoY 9M63 มีกำไร 68.61 ล้านบาท +80%YoY เนื่องจากรายได้ค่าบริการ +59%YoY จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน ROE ปี 62 และ 9M63 เท่ากับ 70% และ 68% ตามลำดับ
หุ้นมีข่าว
(+) IRC แนวโน้มดีต่อเนื่อง
•ผลประกอบการ 1Q64 (ต.ค.-ธ.ค. 63) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 122 ลบ. +102%YoY และ 49%QoQ โดยได้แรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต 7%QoQ สู่ 1.33 พันลบ. และการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้ GPM ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงที่ 17.6% สูงที่สุดในรอบ 3 ปี
•ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายปี 64 (ต.ค.63-ก.ย.64) เติบโตอย่างน้อย 10% และคาดว่าเป้าการผลิตรถยนต์ปี 64 อาจสูงกว่า 1.5 ล้านคัน อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงเรื่องวัตถุดิบขาดแคลนทั้งชิปในรถยนต์และการขนส่งทางตู้คอนเทนเนอร์
•ความเห็น เราแนะนำ ซื้อ โดยอยู่ระหว่างปรับประมาณการณ์เชิงบวก เนื่องจากเห็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนในกำไร และมองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ทั้งนี้คาดการณ์ปันผลที่ 4% ต่อปี
(0) SMPC “มุมมอง Neutral” Bloomberg Consensus 12.6 บาท
•กำไรงวด 4Q63 เท่ากับ 110 ลบ. +40%YoY -39%QoQ โดยมีรายได้เท่ากับ 979 ลบ. +16%YoY +2%QoQ การเติบโตได้รับผลบวกจากมาตรการล็อกดาวน์สกัดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างไรก็ดี %GPM ลดลงสู่ 21% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ระดับ 27.8% เป็นผลจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นราว 2% และต้นทุนเหล็กที่เพิ่มสูงขึ้นราว +5% ส่งผลให้ทั้งปี 63 บริษัทมีรายได้และกำไรสุทธิเท่ากับ 3,973 ลบ. +22%YoY และ 619 ลบ. +65%YoY ตามลำดับ
•แนวโน้มปี 64 เติบโตบนความเสี่ยง บริษัทตั้งเป้าปริมาณขายถังแก็สเติบโตสู่ 8.4 ล้านใบจากปี 63 อยู่ที่ 7.2 ล้านใบ หรือเติบโตราว 16%YoY อย่างไรก็ตาม เป้าการเติบโตอยู่บนความเสี่ยง คือ 1.สถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลาย 2.เงินบาทแข็งค่า และ 3.ต้นทุนเหล็กและค่า Freight ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เรามีมุมมอง Neutral ต่อแนวโน้มปี 64 อย่างไรก็ดี บริษัทมีภาระหนี้สินอยู่ในระดับต่า IBD/E = 0.2x และประกาศจ่ายปันผล 0.43 บาท/หุ้น Yield = 3.7% XD 7 เม.ย.64 จึงแนะนำถือเพื่อรับปันผล
(+) CWT (Bloomberg Consensus - บาท) ตั้งบริษัทย่อย “กรีน เพาเวอร์ 4 จำกัด” ลุยธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า “วีระพล” เผยเตรียมพร้อมเข้าประมูลงานโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก 150 เมกะวัตต์ คาดภาครัฐเปิดรับยื่นคำเสนอขอขายไฟฟ้าภายในไตรมาส 2/64 หวังหนุนผลงานโตต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) RATCH (Bloomberg Consensus 73 บาท) ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งปีนี้ 700 เมกะวัตต์ จาก 4 โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 537.04 เมกะวัตต์ และ M&A อีก 350 เมกะวัตต์ คาดชัดเจนในช่วงครึ่งแรกของปี 2 โครงการจาก 4 โครงการ เล็งออกหุ้นกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท รองรับลงทุน (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
16-19 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงมติ 20 ก.พ.
18 ก.พ. ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
ศบค.ชุดเล็กประชุมเสนอเคาะผ่อนคลายมาตรการแต่ละพื้นที่เพิ่มเติม 22 ก.พ. ประชุมศบค.ชุดใหญ่พิจารณาผ่อนคลายมาตรการของแต่ละพื้นที่
สัปดาห์ที่ 3 ก.พาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออก-นำเข้า
สัปดาห์ที่ 4 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
1 มี.ค. วันสุดท้ายบจ.ส่งงบปี 63 กรณีไม่ส่ง Q4 (ส่งได้ภายใน 2 มี.ค.ก่อนเปิดตลาดเช้า)
ต่างประเทศ
17 ก.พ. ญี่ปุ่น เปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนม.ค.
สหรัฐ เปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ดัชนี PPI ม.ค. การผลิตภาคอุตฯม.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ก.พ. FOMC เปิดเผยรายงานการประชุม (เช้า 18 ก.พ.)
18 ก.พ. สหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง ม.ค. ดัชนีการผลิต ก.พ. ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนม.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
19 ก.พ. ญี่ปุ่น เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. อียู เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิต – ภาคบริการขั้นต้นเดือนก.พ.
สหรัฐ เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิต – ภาคบริการขั้นต้น เดือนก.พ.






