วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูคริปโตฯ แนะเปิดลงทุนเสรี ผนึกกำลังให้ความรู้หนุนตลาด

“กูรู”สินทรัพย์ดิจิทัล ชี้ แนวโน้มราคาบิทคอยน์มีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก เหตุนักลงทุนสถาบันแห่เข้าลงทุน ขณะที่นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ประเมินตลาดคริปโตฯในไทยโตต่อเนื่อง แนะเปิดลงทุนเสรี ภายใต้ความร่วมมือกันให้ความรู้ “ซิปเม็กซ์”ฟันธง 10 ปี มูลค่าใหญ่กว่าตลาดหุ้นไทย

นายศุภกฤษฏ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง หากคนไทยมีความเข้าใจเทคโนโลยีเพื่อการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการทยอยเปลี่ยนผ่านเวลธ์ในช่วงของคนรุ่นเก่า สู่เวลธ์ที่เกิดจากคนรุ่นใหม่ คาดว่าจะใช้เวลา 10-20 ปี เพราะต้องยอมรับว่า คนรุ่นเก่ามีความเข้าใจเรื่องดังกล่าวยากกว่าคนรุ่นใหม่

ขณะเดียวกันตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล จะเห็นได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์ไอซีโอ เทียบเท่าหลักทรัพย์ ทำให้เกิดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความหลากหลายมากขึ้นและมีพื้นฐานรองรับมากกว่าเหรียญ จะทำให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยจำนวนเงินไม่มาก

รวมถึงจากมูลค่าบิทคอยน์ ที่เปรียบเสมือน ทองคำดิจิทัล ทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้าไปทดแทนตลาดทองคำบางส่วน และยังมีเม็ดเงินลงทุนในตลาดอื่นๆ ที่เงินลงทุนไหลเข้ามาด้วย

คาดบิทคอยน์วิ่งต่อ

ทางด้านแนวโน้มราคาบิทคอยน์รอบนี้ คาดการณ์ว่า น่าจะปรับตัวขึ้นไปได้อีก ตอนนี้ยังไม่ใช่ All Time High เพราะหลังฮาฟวิ่ง 2 ครั้งที่ผ่านมาไปถึง All Time High ใช้เวลาไม่เคยต่ำกว่า 1 ปี โดยฮาฟวิ่งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนพ.ค. 2563

ส่วนกรณี ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความเห็นการกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ส่วนตัวมีความเห็นว่า ตลาดนี้ควรจะเป็นตลาดเสรี อยู่ที่การมองว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นปัญหาแท้จริงอยู่ตรงไหน ปัญหาอยู่ที่ ความไม่เข้าใจ ก็ต้องสร้างความเข้าใจให้กับทุกคน ไม่ควรจำกัดการลงทุน ซึ่งจะเป็นการบิดกั้นการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้ คือการได้ทดลองด้วยตัวเอง และอยู่ที่วิธีคิดของผู้ลงทุน ซึ่งการลงทุนบิทคอยน์ ตอนนี้หลายคนมองว่าเป็นการออม

“การปิดกั้นไม่ว่าเรื่องใด ไม่ถือเป็นประโยชน์ เพราะสุดท้ายแล้วยิ่งปิดกั้น ยิ่งทำให้คนไปใช้ช่องทางอื่น ที่อาจไม่ถูกต้อง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง หากกังวลเรื่องวุฒิภาวะของเด็กหรือคนที่ไม่มีความรู้เข้ามาลงทุนในตลาดนี้ มองว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศน์นี้ ควรร่วมมือกันหาแนวทางสร้างความรู้ ให้มีภูมิคุ้มกัน ทำให้คนกลุ่มนี้ตระหนักถึงความเสี่ยงด้วยตนเอง และการเปิดให้ลงทุนที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ควบคู่กับการกำกับดูแลรักษาความมั่นคง จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้”

สถาบันหนุนตลาดมีเสถียรภาพ

นายปรมินทร์ อินโสม กรรมการ สตางค์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แนวโน้มตลาดสินทรัพย์ไทยมีความเป็นไปได้ที่จะมีมูลค่าเทียบเท่ามูลค่าตลาดหลักทรัพย์ไทย ในช่วงเวลาราว 2-3 ปีข้างหน้านี้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนที่สินทรัพย์ดิจิทัลมีความทนทานต่อเงินเฟ้อ และเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่า รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาลงทุนในตลาดนี้มากขึ้น และเปรียบเสมือนทองคำดิจิทัล ประกอบกับปัจจุบันบิทคอยน์ ได้กลายเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ตลาดยอมรับแล้ว หลังจาก เทสล่า เป็นจุดเริ่มต้นให้บริษัทขนาดใหญ่สนใจที่จะเข้ามาลงทุนบ้าง

สำหรับแนวโน้มราคาบิทคอยน์หลังจากนี้จะเป็นการย่อตัวลงไม่มากเหมือนในอดีต อย่างรอบนี้ ขึ้นไปแตะ 48,000 ดอลลาร์ ย่อตัวลงมาที่ 38,000 ดอลลาร์ หรือขึ้นแตะ 42,000 ดอลลาร์ ย่อตัวลงมาที่ 32,000 ดอลลาร์ ขณะที่ในอดีตขึ้นไป 20,000 ดอลลาร์แล้วย่อลงแรงเหลือ 3,000 ดอลลาร์ เนื่องจากตอนนี้การเปลี่ยนมือในตลาด ถือโดยผู้เล่นที่เป็นสถาบันมากขึ้น รายย่อยถือน้อย ทำให้ราคาไม่แกว่งมาก ดังนั้นรอบนี้ยังมีโอกาสเห็นราคาบิทคอยน์แตะ 100,000 ดอลลาร์ได้แน่นอน

เห็นด้วยคุมสเปคนักลงทุน

ส่วนกรณีการกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องดีในการป้องกันความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนทางอ้อม แต่เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการในการตรวจสอบ เพราะตอนนี้มีเด็กต่ำกว่า 18 ปี กลุ่มหนึ่งมีประสบการณ์เทรดเหรียญดีอยู่แล้ว เพราะสามารถเรียนรู้ได้จากโลกออนไลน์ หากจำกัดเด็กกลุ่มนี้ เชื่อว่าเขาต้องไปหาคนมาเปิดบัญชีแทน ดังนั้นเสนอว่า ควรมีการทำแบบประเมินระดับความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อให้ผู้ลงทุนรู้ถึงระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ และให้คำแนะนำการลงทุน ขณะที่ผู้ลงทุนเองต้องหาความรู้จนเกิดความเข้าใจก่อนลงทุน และระมัดระวังการลงทุนแม้จะเป็นเหรียญท็อปฮิตก็ตาม

นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยตอนนี้มีโครงสร้างที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว ในเชิงระบบ ระบบผู้รับฝากเงิน ระบบยืนยันลูกค้า ระบบฝากถอนเงิน มากกว่านี้มีเรื่องกฏหมาย กฏเกณฑ์ ระเบียบเข้ามามากขึ้น ทำให้โครงสร้างของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล แข็งแรงมั่นคงมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะมีการเติบโตและพัฒนาไปอีกอย่างมาก

อีกทั้ง เราก็จะเริ่มเห็นบริษัทในประเทศไทยมีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลตามอย่างที่เทสล่าได้ทำที่สหรัฐ รวมถึงที่อาจจะมีการพิจารณาออกเหรียญดิจิทัลเพื่อ สามารถประกอบธุรกิจได้

นอกจากนี้หากมีการรับรองและสนับสนุนโดยรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของทางกรมสรรพากรในเรื่องของภาษีจะทำให้ประเทศไทยเป็นในศูนย์กลางในภูมิภาคนี้ได้เลย จะทำให้ประเทศไทยโดดเด่นอย่างมาก และเป็นุดศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในทวีปเอเซียในอนาคต

10ปีมูลค่าเกินตลาดหุ้น

ส่วนทางด้านปัจจัยกดดัน มองว่า เป็นการกำกับดูแลเกินเหตุที่ไม่ได้สร้างให้เกิดสภาพแวดล้อม และแนวคิดใหม่ๆเกิดขึ้น และเรื่องราคาของสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ทุกอย่างมีขึ้นและลง เพราะฉะนั้นถ้าเราเริ่มเห็นราคาของบิทคอยน์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆลดลง ก็จะทำให้ความสนใจ และความคืบหน้าของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดความชะลอตัว แต่บางทีการชะลอตัวก็เป็นเรื่องที่ดี ทำให้การเติบโตมีความยั่งยืนมากขึ้น

ทั้งนี้มองว่า มีโอกาสที่มูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย จะเติบโตมากกว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคต เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาราว 10 ปี มูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยใหญ่เทียบเท่ากับตลาดหลักทรัพย์ เมื่อหลักทรัพย์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือตราสารหนี้ เริ่มเป็นดิจิทัลมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วยว่าจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน จะพัฒนาไปใช้ระบบบล็อกเชนในการชำระเงิน และโอนมอบสินค้า เหมือนที่ Australia Stock Exchange ทำหรือไม่ เชื่อว่าทางตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังศึกษาเรื่องเทคโนโลยี DLT อยู่ และเชื่อว่าจะมีวิวัฒนาการตรงนี้ต่อไปเรื่อยๆเช่นกัน

นายอัครเดช เดี่ยวพานิช ผู้ก่อตั้งเพจ Coinman และประธานกรรมการบริหารคริปโตมายด์ กล่าวว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมีโอกาสเติบโตได้ไกลกว่าตลาดหลักทรัพย์ไทยหรือเทียบเท่าคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีก 5 ปี หรือในปี 2568 เนื่องจากส่วนหนึ่งมองว่า หลักทรัพย์ในไทยจะต้องเริ่มพัฒนาเป็นดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงการออกฎหมายกำกับดูแลตลาดนี้ ต้องไม่เป็นจำกัดสิทธิในการลงทุน และกระบวนการเข้าถึงตลาดนี้ด้วยขั้นตอนต่างๆ ไม่เป็นการบล็อกอินโนเวชั่น ขณะเดียวกันในส่วนของคนที่จะเข้ามาลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องมีการศึกษาเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ ก่อนไม่หวังเข้าไล่ราคาเก็งกำไรเท่านั้น