ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นโลกไซด์เวย์ รอดูความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธบวกในกรอบจำกัด (sideways up)... ยังมีแรงหนุนจากหุ้นเชื่อมโยงราคาน้ำมัน และต่างชาติยังซื้อสุทธิในระดับค่อนข้างสูง... ขณะที่เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยบวกไม่แรงเท่าที่คาด หลังหุ้นธนาคารเผชิญแรงขายทำกำไร และมีแรงถ่วงจากหุ้น DELTA ที่ลงแรง 7.2% และมีผลลบต่อดัชนีฯ เมื่อวานนี้ 3.6 จุด... ส่วนในวันนี้ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นโลกไซด์เวย์ รอดูความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าระดับความกล้าเสี่ยง (risk sentiment) ของนักลงทุนโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี
ปัจจัยต่างประเทศ - เป็นบวกเล็กน้อย: i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ชะลอความร้อนแรงหลังจากปรับขึ้นทำนิวไฮไปเมื่อวันก่อน ขณะที่นักลงทุนรอดูความคืบหน้าของมาตรการเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลล่าร์ฯ รวมทั้งการลงมติถอดถอนอดีต ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ล่าสุดสมาชิกวุฒิสภาฝั่งรีพับลิกัน (ฝั่งนายทรัมป์) จำนวน 6 คนลงมติหนุนฝั่งพรรคเดโมแครตว่าวุฒิสภาสมควรเข้าสู่การพิจารณาถอดถอนนายทรัมป์ ii) ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง 0.5% เมื่อวานนี้ และในช่วง 3 วันที่การที่ผ่านมาอ่อนค่าลงถึง 1.2% น่าจะยังหนุนค่าเงินบาทแข็งค่า + แรงซื้อต่างชาติในตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยน่าจะยังดีอยู่
ปัจจัยในประเทศ - เป็นกลาง ในวันนี้ไม่มีปัจจัยภายในประเทศที่มีนัยสำคัญต่อตลาด... นักลงทุนอาจติดตามรายงานของ ศบค. เกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน ซึ่งในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมามีการติดเชื้อ ภายในกทม. เพิ่มมากขึ้นในระดับหนึ่ง
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เก็งกำไร EPG*, KTIS, CWT
- EPG* (เป้าพื้นฐาน 9.4 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 8.4 บาท / แนวต้าน 8.9 - 9.2 บาท (Trailing stop 8.2 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเปิดตัวรถอีวีค่ายจีน Great Wall Motor (GWM) วานนี้โดยจะใช้โรงประกอบรถของ GM เดิมในการเป็นฐานการผลิตรถในไทย ซึ่งปัจจุบัน EPG* มีส่ง
ออเดอร์ชิ้นส่วนรถยนต์บางส่วนไปที่ GWM ประเทศจีนอยู่แล้ว 3) ประเมินธุรกิจฉนวนยาง (Aeroflex) ที่สหรัฐฯจะฟื้นตัวเร็วจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ 4) PE ปี 2564 = 17.8 เท่า (ค่าเฉลี่ย PE 20 ในอดีต 20 เท่า)
- KTIS (ยังไม่มีเป้าหมายใน Consensus) 1) ประเมินแนวรับ 3.8 บาท / แนวต้าน 4.0 - 4.2 บาท (Stop loss 3.7 บาท) 2) จากการเข้าพบผู้บริหารประเมิน i) ผลการดำเนินงานธุรกิจโรงงานน้ำตาลปีนี้เด่นจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง (ปัจจุบันขายล่วงหน้าไปราว 60% มี Upside หากราคาน้ำตาลปรับขึ้นไป
อีก โดยตอนนี้ปรับขึ้นมาแล้ว +20% จากต้นฤดูกาลหีบเดือน ต.ค.63) ii) ธุรกิจเอทานอลมี Upside จากการที่ภาครัฐเตรียมปรับให้น้ำมัน E20 เป็นน้ำมันมาตรฐานและยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ในปีนี้ (โอกาสที่ดีมานด์เอทานอลจะเพิ่มเป็นเท่าตัว) และ KTIS ได้ทำการขยายโรงงานผลิตเอทานอลใหม่ตามแผน โครงการไบโอคอมเพล็กซ์ (ผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ โดย JV กับ GGC) ... ปีนี้เป็นเฟสแรกจะทำการผลิตเฉพาะเอทานอล iii) Upside จากการขายเยื่อกระดาษจากชานอ้อย (รองรับกล่อง E-commerce) และการแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร+หลอดกระดาษ
- CWT (เป้าพื้นฐาน 4.26 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 3.6 บาท / แนวต้าน 3.8 - 4.0 บาท (Stop loss 3.4 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของธุรกิจเบาะหนังรถยนต์ได้ประโยชน์จากต้นทุนหนังดิบที่ปรับลดลง ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์เริ่มฟื้นตัว โดยใน 4Q63 ราคาหนังดิบนำเข้าเฉลี่ยลดลง-12% QoQ และ -32% YoY (คำนวณราคาเฉลี่ยจากข้อมูลการนำเข้าหนังดิบ กรมศุลกากร) ...ประเมินราคาหนังดิบที่ปรับลงแรงเป็นผลจาก i) ดีมานด์สินค้าฟุ่มเฟือยที่ลดลงทั่วโลก ii) ค่าเงินบาทแข็งค่า 3) ประเมินสตอรี่ ธุรกิจต่อเรืออีวี (ส่ง BANPU* ที่เป็น Partner) และรถบัสอีวี (คาดรอประกาศPartner) ยังเป็นสตอรี่หนุน
หุ้นมีข่าว
(+) SCGP* ซื้อหุ้นหยุ่ยตัน บุกขยายเวียดนาม (ข่าวหุ้น) SCGP* จับมือพันธมิตรเร่งขยายธุรกิจแพ็กเกจจิ้งในเวียดนาม ล่าสุดเซ็นสัญญาเข้าซื้อหุ้น 70% ใน Duy Tan (หยุ่ยตัน) ผู้ผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป รายได้กว่า 6,100 ล้านบาท พร้อมพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร คาดธุรกรรมเสร็จสิน้ กลางปี 64
(+) RS* ร่วมลงนามตั้ง FA ดัน CHASE เข้าตลาดฯ ตามแผนภายในปี 65 (ข่าวหุ้น) RS* ร่วมลงนามแต่งตั้ง บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน มุ่งหน้าผลักดัน CHASE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 2 ปี หรือปี 65 เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างไร้ขีดจำกัด
(+) IP ทุ่ม 160 ล้านซื้อโรงงานผลิตยา หนุนธุรกิจโต-ต่อยอดสู่ผู้นำเวชภัณฑ์ระดับโลก (ข่าวหุ้น) IP ซื้อโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบันและเครื่องจักร พร้อมทะเบียนยา 4 ตำรับ จาก TEVA มูลค่า 160 ล้านบาท คาดโอนกิจการทั้งหมดภายในสิ้นปี 64 รวมถึงบรรลุข้อตกลงรับจ้างผลิตยาให้ TEVA อย่างน้อย 3-5
ปี ต่อยอดสู่ผู้นำเวชภัณฑ์ระดับโลกรองรับกระแสเมกะเทรนด์ หวังสร้างการเติบโต
(+) เข็มฉีดยากระตุ้น ADB รับดีมานด์วัคซีนทะลัก (ทันหุ้น) ADB ชี้เม็ดพลาสติกที่ใช้ทางการแพทย์จำพวกหลอดเข็มฉีดยา ถุงมือแพทย์ ดีมานด์ทะลัก หลังโควิด-19 ระบาด ส่งผลกำลังการผลิตปัจจุบันเต็มแม็กซ์ เล็งเพิ่มเครื่องจักรอัพกำลังผลิต พร้อมเปิดกว้างรับพันธมิตรควบรวมกิจการเสริมฐานแกร่ง หวังต่อ
ยอดธุรกิจต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ
(+) TK ดีลซื้อธุรกิจเมียนมาจบปีนี้ ดันพอร์ตสินเชื่อตปท.พุ่ง 40% (ทันหุ้น) TK คาดการณ์ปี 2564 ผลประกอบการปรับตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา จากปัจจัยสนับสนุน ทั้งกำลังซื้อที่ฟื้นตัว และเริ่มเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เผยความคืบหน้าการเข้าซื้อกิจการ MFIL ในเมียนมา คาดกระบวนการต่างๆ จะแล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้ ส่งผลให้ TK มีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อต่างประเทศเพิ่มเป็น 40% เตรียมระบบออนไลน์ก้าวข้ามสถานการณ์โควิด-19









