background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ซื้อไหม? สเปรย์ดับกลิ่นปาก “กัญชง” “เดนทิสเต้” จ่อเปิดตัวปลายปี 64

ซื้อไหม? สเปรย์ดับกลิ่นปาก “กัญชง”  “เดนทิสเต้” จ่อเปิดตัวปลายปี 64

ธุรกิจคึกคักขานรับ "กัญชง" หลายรายจ่อผลิตสินค้ารับกระแสคนรุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่นวาย(Y) ที่มองเป็นความเท่ ด้านสรรพคุณสารแคนนาบินอยด์ (Cannabidiol) หรือซีบีดี ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจผู้บริโภค "เดนทิสเต้" เล็งคลอดสเปรย์ดับกลิ่นปากปลายปี

หลังประเทศไทยปลดล็อคให้สามารถปลูกกัญชง และนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้ นับว่าสร้างความคึกคักให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงเป็นกระแสรับคนรุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่นวาย(Y) ที่มองกัญชงเป็นความเท่ แต่สรรพคุณของสารแคนนาบินอยด์ (Cannabidiol) หรือซีบีดี ที่มีผลต่อร่างกายและจิตใจผู้บริโภคด้วย

หนึ่งในบริษัทที่ศึกษา และเตรียมนำกัญชงไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ คือ เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากแบรนด์เดนทิสเต้ สกินแคร์ สมูท-อี เพราะไม่ได้ซุ่มเงียบพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ประกาศคร่าวๆในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สเปรย์ระงับกลิ่นปากจากกัญชงหากกระบวนการผลิต ขออนุญาตทันอาจเห็นสินค้าภายในมิถุนายนนี้ ช้าสุดคือปลายปี

เหตุผลที่เลือกสเปรย์ระงับกลิ่นปากนำร่อง เพราะการวัดประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และสรรพคุณของกัญชงได้ชัดอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆในพอร์ตโฟลิโอของบริษัท ส่วนราคาขายคาดว่าจะแพงกว่าผลิตภัณฑ์สูตรปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบต้นน้ำด้วยมีราคาเท่าใด แต่หากพิจารณาสินค้าในต่างประเทศที่มีส่วนผสมกัญชงค่อนข้างสูงมาก เช่น เยอรมัน หมากฝรั่งที่มีส่วนผสมกัญชงราคา 4 ยูโร หรือราว 160 บาท แต่หมากฝรั่งทั่วไปราคา 50 เซนต์หรือราว 20 บาทเท่านั้น

นอกจากสเปรย์ระงับกลิ่นปากจะขยายสู่ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก รวมถึงมองโอกาสพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณหรือสกินแคร์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย

ทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารซีบีดีจากกัญชง ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน สหรัฐฯ ซึ่งถือมีการเติบโต ขณะที่บริษัทจะพัฒนาสินค้าที่มีส่วนผสมดังกล่าว เพราะเราต้องเกาะกระแสให้ทัน แต่วัฏจักรความบูมมากๆของสินค้าอาจเห็นช่วง 3 ปีแรก 

161287918072 ขณะที่แนวทางการดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคหรือ FMCG ปีนี้ บริษัทยังลุยทำตลาด 3 กลุ่มสินค้า ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เดนทิสเต้ ที่มีจุดแข็งการเป็นยาสีฟันแปรงก่อนนอนยาวนาน 15 ปี แต่ความสำเร็จดังกล่าวกลับเป็นกับดักเพราะสินค้าในพอร์ตบริษัทมีมากถึง 70 รายการ(เอสเคยู) แต่ผู้บริโภคกลับรู้จักและจดจำสูตรต้นตำรับเท่านั้น จึงออกสินค้าใหม่เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ยาสีฟันไม่ต้องใช้น้ำในการแปรงฟัน และรีแบรนด์สร้างการรับรู้ว่าเป็นยาสีฟันที่ใช้ในช่วงเวลาดีๆทั้งวัน และยังใช้ พรีเซนเตอร์คู่รัก ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ น็อต-วิศรุต รังสีสิงห์พิพัฒน์  สื่อสารถึงผู้บริโภคโดยเฉพาะเจนฯเอ็กซ์และวายเพิ่ม

เป็นครั้งแรกที่เดนทิสเต้ ปรับรูปแบบใหม่สู่การเป็นยาสีฟัน Best Moment จากเดิมเป็นยาสีฟันก่อนนอน มีโฆษณาสร้างการรับรู้ Bed moment”

ในอนาคตยังต้องการขยายฐานเจาะคนรุ่นใหม่เจนฯวายมากขึ้น และได้เจรจาดึงลิซ่า แบล็คพิงค์เป็นพรีเซนเตอร์ ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไรขึ้นกับทางต้นสังกัด

สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลในช่องปากมีมูลค่า 18,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี ตลาดยังแบ่งเป็นหมวดยาาสีฟัน 12,000 ล้านบท ที่เหลือเป็นน้ำยาบ้วนปาก ไหมขัดฟันฯ โดยเดนทิสเต้ เป็นยาสีฟันระดับพรีเมียม มีส่วนแบ่งตลาดราว 5-8% จากการออกสินค้าใหม่และทำตลาดคาดว่ายอดขายจากหมวดดังกล่าวจะเติบโต 25% เพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีก 1%

161287919713

ส่วนผลิตภัณฑ์สกินแคร์สมูท-อี ยังอยู่คงลุยตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเร่งเครื่องการทำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งออกสินค้าใหม่เพิ่มในกลุ่มวิตามินซี คอลลาเจน จากปัจจุบันมีสินค้าราว 10 รายการ

 ปี 2563 การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบให้บริษัทชะลอการลงทุน แต่ปี 2564 กลับมาลทุนอีกครั้งภายใต้งบ 500 ล้านบาท แบ่งเป็น 100 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรผลิตเม็ดอมสุกกิริ บาย เดนทิสเต้อีก 400 ล้านบาท จะใช้เพื่อโฆษณาและทำการตลาดสินค้า

คู่แข่งทุ่มงบโฆษณามากกว่าเราหลายเท่า ปีนี้เรากลับมาลงทุน ยังเป็นการรองรับตลาดที่จะฟื้นตัวในปีหน้า หลังโควิดคลี่คลาย เพราะหากชะลอแล้วไปลงทุนตอนตลาดฟื้นจะไม่ทันการณ์

161287925222

สำหรับตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ปีนี้ยังคงเติบโตราว 1-2% แม้จะเกิดโรคระบาด เศรษฐกิจชะลอ ผู้บริโภคยังต้องแปรงฟัน ดูแลสุขภาพ อีกทั้งผู้บริโภคระดับบนยังมีเงินและใข้จ่ายมากขึ้น ส่วนภาพรวมยอดขายบริษัทปีนี้ตั้งเป้ากว่า 4,000 ล้านบาท จากปีก่อนยอดขายกว่า 3,000 ล้านบาท หดตัว 5%