เตรียม JV ของบริษัทลูกเพื่อการเติบโตก้าวต่อไป
Event
ประชุมนักวิเคราะห์
lmpact
JMART ผนึกพันธมิตรกับ KB Kookmin (Korea) ใน J-Fintech
JMART ขายหุ้น 49% ใน J-Fintech ให้กับ KB-Kookmin (Korea) ซึ่งดีลนี้จะทำให้ JMART บันทึกกำไรประมาณ 150 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่าย) ในงบ P/L และได้รับชำระคืนหนี้ที่ J-Fintech ยืมไปจาก JMART และบริษัทในเครือประมาณ 2.8 พันล้านบาท เราเงินสดที่ JMART ได้รับจากดีลนี้จะทำให้
สถานะเงินสดของ JMART เพิ่มเป็นประมาณ 5 พันล้านบาท ซึ่งมากพอสำหรับการจ่ายคืนหุ้นกู้ การลงทุนใหม่ ๆ และลดความเสี่ยงที่จะต้องเพิ่มทุน ซึ่งทั้ง JMART และ JMT ได้เตรียมแผนไว้ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2563
เงินสดก้อนใหญ่ในมือจะคลายความกังวลในประเด็นค้างคาเรื่องการเพิ่มทุน
นอกจากเงินสดในมือก้อนใหญ่ของ JMART แล้ว ทางผู้ถือหุ้นใหญ่ยังมีเงินสดก้อนโตในมืออีกจากการขายหุ้นล็อตใหญ่ให้กับนักลงทุนสถาบันในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาอีกกว่าพันล้านบาท ดังนั้น เราจึงมองว่าเงินสดดังกล่าวจะช่วยคลายความกังวลเรื่องการเพิ่มทุนของ JMART, JMT และ SINGER ซึ่งต้องการเงินสดเพื่อการลงทุนใหม่ๆ ลงไปได้ ทั้งนี้ บริษัทเผยว่าาเงินสดก้อนนี้ส่วนใหญ่จะนำไปใช้เพื่อการลงทุน, แปลง warrant ใน JMT และ SINGER เพื่อการเติบโตในอนาคต
ตั้งเป้าการเติบโตของ JMT และ SINGER ไว้ที่ 40%
JMT และ SINNGER ยังคงเป็นการลงทุนหลักของ JMART และเป็นสองบริษัทหลักที่ทำกำไรให้กับเครือ โดยบริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตของกำไรในปีนี้เอาไว้ที่ประมาณ 40% (จากที่โต >40% ในปี 2563) ดังนั้น เราจึงคาดว่าผลประกอบการของ JMART จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2564 ทั้งนี้ JMART ถือหุ้น 52% ใน JMT และ 33% ใน SINGER
P/E ของ JMART ยังมี discount จากบริษัทในเครือ >40%
ภายใต้สมมติฐานว่ากำไรของ JMT และ SINGER เป็นไปตามคาด และมีการไม่ต้องรวมงบการเงิน (deconsolidation) ที่ยังอ่อนแอของ J-Fintech เราคาดว่ากำไรของ JMART จะยังคงแข็งแกร่งในปี 2564 ที่ประมาณ >25% ทั้งนี้ P/E ในปัจจุบันของ JMART อยู่ที่ 15-17x ของกำไรปี 2564 ซึ่งยังมี discount จาก JMT และ SINGER ถึงประมาณ 40% ซึ่งถือว่ามากเกินไปเมื่อเทียบกับสถานะการถือหุ้นในบริษัททั้งสอง
Risk
ได้รับเงินสดจากการชำระคืนหนี้จาก KB Kookmin ล่าช้า, JMT และ SINGER เติบโตช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ และ ผลขาดทุนจากบริษัทลูกอื่น ubsidiaries.






