background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'พลังงาน' รายงานครม.กรณีพิพาท 'แหล่งเอราวัณ' เข้าสู่อนุญาโตตุลาการ

'พลังงาน' รายงานครม.กรณีพิพาท 'แหล่งเอราวัณ' เข้าสู่อนุญาโตตุลาการ

"กระทรวงพลังงาน" รายงาน ครม.เตรียมพร้อมเข้าสู่ กระบวนการอนุญาโตตุลาการ กรณีข้อพิพาทรื้อรอนแท่นปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณ เผยหาก ปตท.สผ.เข้าพื้นที่ล่าช้าหวังผลิตก๊าซฯต่ำกว่าแผน ด้าน ปตท. ผนึกรัฐวางแผนจัดหาก๊าซฯเสริมความมั่นคง

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้รายงานคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการ​อนุญาโตตุลาการแล้ว หลังจากบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานแหล่งเอราวัณในปัจจุบัน โดยทางบริษัทแม่ คือ บริษัทเชฟรอน คอร์ปอเรชั่นฯ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของสหรัฐอเมริกา ได้เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ยื่นฟ้องรัฐบาลไทยเพื่อขอให้นำข้อพิพาท หาผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณ เข้าสู่กระบวนการทางอนุญาโตตุลาการอีกครั้ง หลังจากที่เชฟรอนฯ ได้การระงับกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการเป็นการชั่วคราว ไปเมื่อช่วงดือนพฤศจิกายน 2562 เพื่อให้กลับมาสู่กระบวนการเจรจาให้ได้ข้อยุติ

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ทางกระทรวงพลังงาน ได้เสนอครม.เพื่อเตรียมงบประมาณสำหรับใช้ต่อสู้คดีนี้ไว้ประมาณ 450 ล้านบาท ในการจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ

“กรณีข้อพิพากดังกล่าว เป็นเรื่องละเอียดอ่อนระหว่างประเทศ ซึ่งกระทรวงพลังงาน พยายามหาแนวทางที่ดีที่สุด และต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการจัดหาก๊าซฯ เพื่อผลิตไฟฟ้าต้องไม่สะดุด” แหล่งข่าว กล่าว

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกล่าวว่า ตามเงื่อนไขสัญญาแบ่งปันผลผลิต(PSC) ที่กำหนดให้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.ในฐานะผู้ชนะการประมูลแหล่งเอราวัณ ต้องเข้าพื้นที่สำรวจและผลิตปิโตรเลียม แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61(แหล่งเอราวัณ) เพื่อผลิตก๊าซฯหลังหมดสัญญาสัมปทานในช่วงเดือน เม.ย. ปี 2565 โดยจะต้องรักษาอัตราการผลิตไว้ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไม่ให้เกิดการสะดุดในช่วงรอยต่อเปลี่ยนมือจากผู้รับสัมปทานเดิมไปสู่รายใหม่ ดังนั้น หากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ก็อาจกระทบในเรื่องความต่อเนื่องการผลิตได้ ซึ่งตามเป้าหมายเดิมผู้ดำเนินการรายใหม่ จะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้รับสัมปทานรายเดิม เพื่อเริ่มเข้าสู่พื้นที่ได้ตั้งแต่กลางปี 2563

161244235924

นายอรรถพล​ ฤกษ์พิบูลย์​ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ​ใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นว่า ปตท.สผ.ในฐานะผู้ดำเนินการรายใหม่ในแหล่งเอราวัณ จะเข้าพื้นที่​และสามารถผลิตก๊าซฯได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่ดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ​ ได้ร่วมวางแผนกับกระทรวงพลังงาน​ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในกรณีต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน โครงสร้างการจัดหาก๊าซฯของประเทศได้ถูกออกแบบไว้ยืดหยุ่น ทั้งการจัดหาก๊าซฯจากแหล่งในประเทศ การนำเข้าจากเพื่อนบ้าน และยังมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) สัญญาระยะยาว ปริมาณ​ 5.2 ล้านตันต่อปี​ และยังเปิดช่องให้สามารถจัดหา LNG สัญญาระยะสั้นเพิ่มเติมในช่วงที่มีราคาถูกเข้ามาเฉลี่ยต้นทุนราคาก๊าซฯในประเทศได้

​ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการนำเข้า LNG โดยปัจจุบัน มีสถานีรับ-จ่าย ทั้ง​ที่มาบตาพุด​ และที่หนองแฟบ ซึ่งจะรองรับLNG ได้ถึง 19 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2565

ก่อนหน้านี้ ปตท.สผ. ได้ตั้งทีม “Transfer Team” จำนวน70คนปฏิบัติการเปลี่ยนถ่ายแหล่งสัมปทานเอราวัณจากเชฟรอนฯช่วง3ปี ก่อนหมดอายุสัมปทานในปี2565คาดว่า จะใช้งบประมาณ1ล้านล้านบาท ลงทุนทั้ง2แปลงสัมปทานคือ เอราวัณและบงกช ในช่วง10ปี เพื่อรักษาระดับการผลิตก๊าซฯ เอาไว้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แบ่งเป็น การลงทุนในแหล่งบงกชประมาณ 3-4 แสนล้านบาท และแหล่งเอราวัณ ประมาณ 6-7 แสนล้านบาท ซึ่ง ปตท.สผ.จะเริ่มดำเนินการตามสัญญาตั้งแต่ เดือน เม ย.2565 เป็นต้นไป