เกษตร ชี้ แนวโน้มการบริโภคการบริโภคในญี่ปุ่นลดลงหนักสุด หลังโรคโควิดระบาดหนัก กระจายทั่วประเทศ ด้านทูตเกษตรไทย เร่งประชาสัมพันธ์ หวั่นกระทบส่งออก ขณะ 3 สัปดาห์แรกไทยส่งออกผลไม้ลดลงกว่า 75.5 % การส่งออกผัก ลดลง 42.0%
รายงานจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงโตเกียว เปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้เร่งจัดทำคำแปลสื่อประชาสัมพันธ์ “มาตรการป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 สำหรับชาวสวนทุเรียน” ของสมาคมทุเรียนไทย และเผยแพร่ พร้อมคลิปวิดีโอ ทางเว็บไซต์และ Facebook ของสำนักงานฯ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น รวมทั้งร่วมเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องสถานการณ์ยางพาราของประเทศไทย โดยหยิบยกประเด็นผลกระทบของ COVID-19 ต่อการผลิต ยางพารา รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลนในอุตสาหกรรมยางพารา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้ในประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้เพราะการระบาดของโควิด 19 ในญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึง 380,509 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และกระจายในพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โตเกียว โอซากา คานากาว่า ไซตามะ และไอจิ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและการบริโภค สินค้าเกษตร โดยสมาคมผู้ให้บริการอาหาร ของญี่ปุ่น แถลงยอดจำหน่ายของร้านอาหารปี 63 ลดลง 15% เมื่อเทียบกับปี 62 และมีอัตราลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่ม เก็บสถิติเมื่อปี 2537 เนื่องจากการหลีกเลี่ยงออกจากบ้านของผู้บริโภค โดยประเภทร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ร้านอาหารที่ให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Izakaya) ปริมาณนำเข้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารในปี 63 ลดลงเกือบทุกรายการ โดยผักสดลดลง 13% ผักแช่แข็งลดลง5% มะม่วงลดลง9% เนื้อไก่ลดลง 7% ฯลฯ เมื่อเทียบกับปี 62
ในขณะที่สมาคมผู้นำเข้าและส่งออกเนื้อสัตว์แห่งประเทศญี่ปุ่น คาดการณ์ปริมาณนำเข้าเนื้อไก่ในเดือน ก.พ. 64 จำนวน 45,800 ตัน เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับ ก.พ. 63 จำแนกเป็นเนื้อไก่นำเข้าจากบราซิล 34,000 ตันเพิ่มขึ้น5.8% สหรัฐฯ 1,000 ตัน เพิ่มขึ้น 2.8% และไทย 10,500 ตัน เท่ากับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอาจส่งผลกระทบให้ความต้องการลดลง
ทั้งนี้กรุงโตเกียวและจังหวัดโดยรอบ รวม 4 จังหวัด อยู่ระหว่างพิจารณาการเรียกร้องให้ร้านอาหารหยุดกิจการชั่วคราวหากมีการขยายเวลา จากที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะสิ้นสุดในวันที่ 7 ก.พ. 64 ซึ่งมาตรการและความเคลื่อนไหวดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและ การนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศไทย ที่มีสินค้าเกษตรส่วนหนึ่งนำเข้าเพื่อจำหน่าย เป็นวัตถุดิบให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร เช่น เนื้อไก่แปรรูป ผักและผลไม้แช่แข็ง เป็นต้น
ซึ่งในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือน ม.ค. 64 พบว่าการส่งออกผลไม้ของไทย 33.3ตัน ลดลง75.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 63 โดยกล้วย 24.9ตัน ลดลง73.8% มะม่วง5.5ตัน ลดลง 85.2% ทุเรียน 2.3ตัน เพิ่มขึ้น66.3% มะพร้าว 0.5 ตัน ลดลง73.1% และมะขาม 0.1 ตันเพิ่มขึ้น 5.9%
การส่งออกผักช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือน ม.ค. 64 มีปริมาณ 160.5ตันลดลง 42.0% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปี63 เช่น กระเจี๊ยบเขียว 63.8ตัน ลดลง 52.7% ข้าวโพดอ่อน 20.1 ตัน ลดลง 33.4% หน่อไม้ฝรั่ง 3.4 ตันลดลง 43.2% พริกแช่แข็ง 3.1 ตัน ลดลง70.6% ตะไคร้ 2.4 ตันลดลง 32.4% และข่า 1.2 ตัน 32.6%
อย่างไรก็ตามมีสินค้าผักบางรายการที่ใช้วิธีขนส่งทางเรือมีปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้น ได้แก่ถั่วแขกแช่แข็ง 18.0ตันเพิ่มขึ้น10.8% หอมแดง 7.3 ตัน เพิ่มขึ้น9.6% และมะระแช่แข็ง 2.0 ตัน จากเดิมที่ไม่มีการนำเข้าในช่วงเดียวกันของปี 63







