วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวน

ศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีปิดปรับตัวลงเล็กน้อย 1.53 จุด จากระหว่างวันที่ลบลงไปกว่า 10 จุด แข็งกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดโซนยุโรปที่ยังอยู่ในแดนลบกว่า 1%

คาดดัชนีได้แรงหนุนจากการรีบาวด์ในหุ้นกลุ่ม Big Cap. ที่ร่วงลงแรงต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ประกอบกับเริ่มเห็นการคลายล็อกมาตรการคุมโควิด-19 ภายในประเทศ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,466.98 จุด -1.53 จุด -0.10% มูลค่าการซื้อขาย 95,785.18 ลบ. ต่างชาติ -3,360.66 TFEX -14,136 สัญญา ตราสารหนี้ -109 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ผลสำรวจความเชื่อมั่นเกษตรกรปี 63 ฟื้นตัวต่อเนื่องจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายตัวปรับตัวดีขึ้น และนโยบายประกันรายได้เกษตรกร

+รฟท.เดินหน้าไฮสปีดเทรนไทย-จีน 3.55 หมื่นล้านบาท มั่นใจภายใน มี.ค.64 เซ็น 4 สัญญาวงเงินรวมประมาณ 35,500 ล้านบาท

+/- เงินบาทเปิดตลาด ‘แข็งค่า’ 29.89 บาทต่อดอลลาร์ จากศก.เอเชียฟื้นตัวและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ตลาดรอจับตาผลการประชุมกนง.กลางสัปดาห์นี้

ปัจจัยลบ

-ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง 620.74 จุด -2.03% ผิดหวังรายงานผลการทดลองปสภ.วัคซีนของจอห์นสันบ่งชี้ว่าไม่สามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้และมีปสภ.โดยรวม 66% ในรอบสัปดาห์ ดาวโจนส์ -3.28% ทั้งเดือนม.ค. ดาวโจนส์ -2.04% เช้านี้ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงจากวิตกผลกระทบรายย่อยปั่นหุ้นGameStop

-ราคาน้ำมันดิบ WTI -14 เซนต์ -0.3% ปิดที่ $52.20 ต่อบาร์เรลกังวลอุปสงค์น้ำมันลดลงหลังมีล็อกดาวน์อีก ในรอบสัปดาห์ +0.9% และ +7.9% ในเดือนม.ค.

-ทั่วโลกติดเชื้อโควิดทะลุ 103 ล้านราย ตายกว่า 2.23 ล้านราย ขณะที่เรื่องวัคซีนมีประเด็นเรื่องปสภ.ของวัคซีน การผลิตและส่งมอบล่าช้า และความทั่วถึง

-สหรัฐเผยการใช้จ่ายผู้บริโภคลดลงเดือนที่ 2 ในธ.ค.

-ธปท.ระบุเศรษฐกิจ ธ.ค.63 ทยอยฟื้นแต่ไม่ทั่วถึง-เริ่มเห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่

-การเมืองในประเทศเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ ขณะที่การปฏิวัติในเมียนมาจะกระทบโครงการของบจ.ไทย

-ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 22.11 จุด -0.63%

-ดัชนีนิกเกอิปิด ลดลง 534.03 จุด หรือ -1.89% เช้านี้บวกจากแรงซื้อหลังสัปดาห์ก่อนร่วงหนักในรอบ 6 เดือน

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนตามทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความวิตกว่า การพุ่งขึ้นของหุ้น GameStop จะทำให้เฮดจ์ฟันด์ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลให้เฮดจ์ฟันด์พากันเทขายหุ้นอื่นในตลาดเพื่อชดเชยผลขาดทุน ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังติดตามการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,480 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่ได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC EA RATCH BCPG
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการเราชนะ : TNP KK CPALL BJC MAKRO
• เปิดขออนุญาตปลูกกัญชงเพื่อการค้า : ICHI CBG OSP SAPPE DOD DDD RBF

หุ้นรายงานพิเศษ

           DTAC Bloomberg Consensus 40 บาท

•-รายได้รวม ในปี 2563 เท่ากับ 78,818 ล้านบาท ลดลง -2.9%YoY จากปีก่อน จากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงานหลัก และการจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์และชุดเลขหมาย ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากรายได้จากค่าเช่าเครือข่าย 2300MHz จาก TOT รายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย ลดลง -4.6%YoY มาอยู่ที่ 58,412 ล้านบาท ในส่วนของ EBITDA (ก่อนรายการอื่น ๆ) ในปีนี้เท่ากับ 30,193 ล้านบาท ซึ่งคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อนเมื่อไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 4 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ส่งผลให้EBITDA margin (ไม่รวมรายได้จาก CAT ภายใต้ สัญญาเช่าสินทรัพย์สัมปทาน และ รายได้ค่าเช่าเครือข่าย 2300 MHz จากTOT) ในปีนี้เท่ากับร้อยละ 43.1 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 38.0 ในปีก่อน ทั้งนี้บริษัทมีกำไรสุทธในปี 63 เท่ากับ 5,107 ล้านบาท ลดลง 5.8%YoY

•แนวโน้มสำหรับปี 64 บริษัทคาดว่ารายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่า และ EBITDA ลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ ขณะที่ตั้งงบลงทุน 13,000-15,000 ล้านบาท

• ความเห็น : ผลประกอบการของ DTAC ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดที่ระดับ 5.5พันล้านบาท ขณะที่แนวโน้มปี 64 ยังมีการแข่งขันที่รุนแรง แนะจึงแนะนำ “ชะลอการลงทุน”

หุ้นมีข่าว

(+) KBANK (Bloomberg Consensus 140) กำหนดเป้าหมายทางการเงินในปี 64 โดยมีเป้าการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) ที่ 4-6% จากที่เติบโต 12.13% ในปี 63 เน้นการเติบโตสินเชื่อ Retail 11-13% สินเชื่อ SME 2-4% และสินเชื่อ Corporate 1-3% NIM 3.1-3.3% ใกล้เคียงกับ 3.27% ในปี 63 %NPL 4 – 4.5% เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.93% ในปี 63 Credit Cost ภายใน 160 bps ลดลงจาก 205bps ในปี 63
ความเห็น เป้าการเติบโตของเงินให้สินเชื่อลดลงจากปี 63 ตามภาพรวมศก.ที่ชะลอตัวจากการกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฝ่ายวิจัยมองเป็นเรื่องของความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ เห็นได้จากทิศทาง %NPL ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวจากการเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์เมื่อศก.ฟื้นตัว ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PBV 0.74 เท่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.66 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ระดับเกิน 1 เท่า แนะนำ ซื้อ

(+) PDI (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 10.60 บาท) ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น PDI วันนี้! จับตา “กระทรวงการคลัง” โหวตอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้น 2 โรงแรมหรู “โฟร์ ซีซั่นส์ โฮเต็ล แบงค็อก แอท เจ้าพระยาริเวอร์-คาเพลลา กรุงเทพฯ” มูลค่าเงินลงทุนรวม 2,805 ล้านบาท จาก CGD หรือไม่ หลังผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง “คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ CGH” ไม่มีสิทธิโหวต เหตุเป็นผู้มีส่วนได้เสีย (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) INSET (Bloomberg Consensus 4.16 บาท) มือขึ้น คว้างานบริการต้นปี 60 ล้านบาท โชว์สัญญายาวถึงปี 2568 บิ๊กบอส "ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต" คาดรายได้ปี 2564 โตต่อ 15-20% โดดรับอานิสงส์ 5G เชื่องานอัพเกรดปีนี้ยอดพุ่ง โชว์ศักยภาพพร้อมเข้ารับงาน ด้านธุรกิจศูนย์ข้อมูล ส่งซิกแนวโน้มโตกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เกาะติดโครงการ EEC (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SISB (Bloomberg Consensus 11.90 บาท) เปิดเรียนเต็มรูปแบบ หลังกระทรวงศึกษาฯ ประกาศเปิดเรียนปกติทั่วประเทศ “ซีอีโอ” พร้อมทำตามกฎเกณฑ์ ยันห้องเรียน SISB มีนักเรียนไม่เกิน 25 คนอยู่แล้ว ย้าเป้ารายได้ปี 64 โต 10-15% จากปีก่อน คาดมีนักเรียนใหม่เพิ่ม 150-200 คน(ที่มา ข่าวหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

จับตาผลประกอบการบจ.ส่งงบการเงินปี 63

2 ก.พ. ประชุมครม.

3 ก.พ. ประชุมกนง.นัดแรกของปี 64

16-18 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ

20 ก.พ. ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

1 มี.ค. กาหนดวันสุดท้ายบจ.ส่งงบปี 63 กรณีไม่ส่ง Q4

ต่างประเทศ 

1 ก.พ. จีน เปิดเผยดัชนี (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนม.ค. อียูเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายสหรัฐเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้าย ดัชนีภาคการผลิต และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนธ.ค.

2 ก.พ. อียูเปิดเผย GDP 4Q63

3 ก.พ. จีน เปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการ ม.ค.
          อียูเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย
          สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย ดัชนีภาคบริการ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

4 ก.พ. อียู เปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.
          ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุมน.การเงิน
          สหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค.