“ปตท.สผ.”เผย กำไรสุทธิปี 63 อยู่ที่ 2.26 หมื่นล้านบาท ลดลง 54% จากปีก่อน เหตุโควิด-19 ระบาดกดดันราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง เป้าปี64 ปริมาณขายปิโตรเลียมโต 6% พร้อมจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง หุ้นละ 2.75 บาท
พงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า บริษัทมีกำรสุทธิงวดปี 2563 จำนวน 22,664,011 ล้านบาท ลดลง 54% จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 48,802,538 ล้านบาท เนื่องจาก ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลดลง16% อยู่ที่ 38.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง เพราะ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกและความต้องการน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับความขัดแย้งในการบริหารจัดการการผลิตในกลุ่ม OPEC+ ในช่วงแรก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกลดลงอย่างรวดเร็ว
แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ได้เริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวในหลาย ๆ อุตสาหกรรมจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและการเริ่มใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในบางประเทศ
ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันดิบของโลกปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่รายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-recurring items) โดยได้ตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment) โครงการมาเรียนา ออยล์ แซนด์ ประเทศแคนาดา จากการคาดการณ์ราคาน้ำมันในระยะยาวที่จะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยากต่อพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ และโครงการเยตากุน ประเทศเมียนมา สาเหตุมาจากการปรับแผนการผลิตลดลงตามศักยภาพปัจจุบันของแหล่งผลิต
สำหรับปี 2564 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการขายปิโตรเลียมในปี 2564 อีก 6% หรืออยู่ที่ 375,000 บาร์เรลต่อวัน จากปี 2563อยู่ที่ 354,052 บาร์เรลต่อวัน และตั้งงบประมาณไว้ที่ 132,174 ล้านบาท เพื่อรักษากำลังการผลิตจากโครงการหลัก เร่งพัฒนาโครงการสำคัญเพื่อเริ่มการผลิตให้ได้ตามแผนที่วางไว้ และดำเนินกิจกรรมการสำรวจเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากการเริ่มการผลิตปิโตรเลียมใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ และโครงการมาเลเซีย – แปลงเอช
ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังปี 2563 ในอัตรา 2.75 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่าย 26 เม.ย. รวมปี 2563 จ่ายปันผล 4.25 บาทต่อหุ้น






