ตลท.ลั่นพร้อมรับหุ้นประวัติศาสตร์ORเข้าเทรด 11 ก.พ.นี้หลังปรับหลังบ้านรองรับทรานแซกชั่น รายย่อยล้นทะลัก มั่นใจระบบไม่ล่ม ขณะที่ปตท.ปรับแผนกระจายหุ้น โยกกรีนชู 390 ล้านหุ้นให้รายย่อยทั้งหมด หลังประเมินยอดจองมีสิทธิทะลุ 1 ล้านราย ชี้เ
นักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจจองซื้อหุ้นบริษัทปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ OR ที่เปิดจองซื้อมาตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.2564 ผ่านธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และ ธนาคารกรุงเทพ อย่างล้นหลาม และจะปิดการจองซื้อในเวลา 12.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ.2564 ได้สร้างกระแสความตื่นตัวในหลายภาคส่วน เช่น จำนวนนักลงทุนที่ให้ความสนใจถือหุ้นบริษัทเดียวมากเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ตลาดหลักทรัพย์ไทย นอกจากนี้ยังเกิดปรากฎการที่ประชาชนแห่ไปเปิดบัญชีหลักทรัพย์ตามโบรกเกอร์ต่างๆจำนวนมาก
แหล่งข่าวจากบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)ในฐานะบริษัทแม่ที่ยังถือหุ้น OR หลังไอพีโอกว่า 70% ให้ข้อมูลว่า ผลการจองซื้อหุ้น OR ใน 2 วันแรก คือวันที่ 24-25 ม.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนให้ความสนใจเข้าจองซื้อหุ้นแล้วกว่า 2 แสนราย และยังมีการจองซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าจำนวนประชาชนที่จองซื้ออาจจะแตะ 1 ล้านรายเลยทีเดียว
ทั้งนี้ OR เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 2,610 ล้านหุ้น และมีหุ้นส่วนเกินสำหรับนักลงทุน(กรีนชู)อีก 390 ล้านหุ้นเปิดช่วงราคาที่หุ้นละ 16-18 บาทจัดสรรให้แก่นักลงทุนรายย่อย 595.7 ล้านหุ้น ผู้ถือหุ้นเดิมปตท.ที่มีสิทธิ จำนวน 300 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบันในประเทศ 1,264.3 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ จำนวน 450 ล้านหุ้น โดยเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจองซื้อตั้งแต่วันที่ 24-เวลา 12.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ.2564 สรุปผลการจอง การจัดสรร และราคาในวันที่ 3ก.พ. คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) วันที่ 11 ก.พ.2564
แหล่งข่าวกล่าวว่า การจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยครั้งนี้ใช้วิธี Small Lot First เพื่อให้นักลงทุนที่จองซื้อจะได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งจากกระแสความสนใจจองที่ผ่านมา ทำให้ปตท.ปรับแผน การกระจายหุ้นเล็กน้อย โดยเพิ่มสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นเป็นราว 1,036 ล้านหุ้น มาจากสัดส่วนเดิม 595.7 ล้านหุ้น กรีนชู 390 ล้านหุ้น และ 51.24 ล้านหุ้นมาจากนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 4 รายสละสิทธิและลดจำนวนการจองซื้อลงมา ซึ่งคาดว่านักลงทุนที่เข้าจองอาจจะได้หุ้น OR เฉลี่ยรายละ 1,000 หุ้น
ตลท.ปรับหลังบ้านรับมือ
ผู้สื่อข่าวรายงานผู้บริหารของปตท. ตลาดหลักทรัพย์ และผู้เกี่ยวข้องกับการขายหุ้น OR ได้หารือกันถึงแนวทางรับมือหุ้น OR ที่จะเข้าซื้อขายครั้งแรก ด้วยจำนวนนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากอย่างไม่เคยเกิดมาก่อน ที่อาจจะมีจำนวนทรานแซคชั่นมหาศาล และเพื่อป้องกันระบบการซื้อขายไม่ให้มีปัญหา
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯได้มีการปรับระบบหลังบ้านเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเข้ามาจดทะเบียนของ OR เนื่องจากกระแสความสนใจจองซื้อหุ้น OR ของนักลงทุนบุคคลทั่วไปมีจำนวนมาก
ทั้งนี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯต้องเตรียมความพร้อม ในเรื่อง capacity และทำให้ระบบออนไลน์รองรับ ปริมาณการทำธุรกรรมซื้อขายที่คาดว่าจะมากกว่าปกติค่อนข้างมาก ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้
นายภากร กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯได้มีการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้วสามารถรองรับการเข้ามาจดทะเบียนของOR ได้
“นักลงทุนบุคคลที่เข้ามาจองซื้อหุ้นไอพีโอของ OR อาจจะไม่ถึง 1 ล้านราย แต่ก็ถือว่ามีจำนวนมาก เพราะ ทาง OR ต้องการที่จะกรจายหุ้นให้กับนักลงทุนบุคคลทั่วไป ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯมีความเป็นห่วงว่าจะมีจำนวน ทรานแซกชั่นการซื้อขายจะเยอะกว่าปกติค่อนข้างมาก ตลาดหลักทรัพย์จึงต้องปรับระบบเพิ่มเติมเพิ่มรองกรับทรานแซกชั่นที่มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว”
“แมนพงศ์”มั่นใจรับอยู่
นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า การรับหุ้น OR เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นนั้นหากจำนวนรายย่อย มีจำนวนมากระดับแสนคนหรือไปถึงล้านคน ระบบของตลาดหลักทรัพย์สามารถรองรับได้หมด และไม่มีปัญหาระบบขัดข้องอย่างแน่นอน
“การทำงานของฝ่ายขึ้นทะเบียนมีการรองรับผู้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยระดับล้านรายอยู่แล้ว และนักลงทุน 1 รายก็มีการลงทุนในหลายบริษัท ดังนั้นหากหุ้น OR เพียงบริษัทเดียวมีจำนวนรายย่อยสูงมากถึงระดับล้านคนมั่นใจว่าระบบไม่เกิดการสะดุด”
ทั้งนี้หากเปรียเทียบกับระบบการรับจองหุ้นไอพีของรายย่อยและระบบธนาคารเกิดขัดข้องในช่วงแรกตามที่เป็นข่าว เพราะมีผู้สนใจเข้ามาจองสิทธิในเวลาเดียวกันจำนวนมาก แต่การรับขึ้นทะเบียนรายย่อยทางผู้รับประกันการจำหน่ายหุ้น (under right) จะเป็นผู้ต้องตรวจสอบข้อมูลที่ครบถ้วน เพื่อส่งให้ทางศูนย์รับฝากรับทรัพย์ ซึ่งถ้าขั้นตอนดังกล่าวไม่มีปัญหาการเข้าตลาดหุ้นของ OR ด้วยจำนวนรายย่อยสูงเป็นประวัติการณ์ระบบตลาดสามารถรองรับได้
บัวหลวงยันกระจายหุ้นโปร่งใส
นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า ผู้จัดการกองทุนยังคงมีความประสงค์จะลงทุนหุ้น OR ตามเดิม และได้มีการทำสัญญาลงทุนในหุ้นกันแบบ Cornerstone Investors (ผู้แสดงเจตจำนงจองซื้อก่อนเสนอขาย) สะท้อนว่า มุมมองการลงทุนของเราต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในระยะยาว และการจัดสรรหุ้น OR ของบริษัท จะจัดสรรให้ทั้งกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้มีวิธีการจัดสรรเป็นไปอย่างยุติธรรม(fair allocation) อีกทั้งยังมีกระบวนการตรวจสอบภายในของบริษัทและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) สามารถเข้ามาตรวจสอบการจัดสรรหุ้นของทีมการลงทุนบริษัทได้ด้วย
ดังนั้นการจัดสรรหุ้นให้ใครทั้งสถาบันหรือรายย่อย มากหรือน้อยคงไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้บริษัทล้มเลิกเจตนารมณ์ในการเข้าลงทุนดังกล่าว โดยผู้จัดการกองทุนยังมีมุมมองการลงทุนหุ้น OR ในระยะยาวตามการเติบโตจากปัจจัยพื้นฐาน มองในระยะ 3 ปี ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 25-27บาท จากราคาเสนอขายไอพีโอ แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงมาในช่วงนี้ แต่ก็เป็นการปรับลงตามบรรยากาศต่างประเทศช่วงสั้นๆ เท่านั้น
ไทยพาณิชย์ชี้ราคาไอพีโอเหมาะสม
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า การเข้าลงทุนหุ้น OR ของบริษัทยังคงเดิม ตามการทำสัญญาลงทุนในหุ้นกันแบบ Cornerstone Investors และฝ่ายลงทุนของบริษัทมีวิธีจัดสรรหุ้นอย่างเหมาะสมยุติธรรมตามนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุนทั้งกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งนี้นักลงทุนสถาบันไทยยังมีกฎเกณฑ์ก.ล.ต.ในการกำกับดูแล จึงไม่ได้มีความกังวล
ขณะเดียวกันผู้จัดการกองทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น OR ทั้งประเมินตามพื้นฐานและความสนใจของลูกค้าในหลายส่วน สะท้อนการเติบโตที่ในอนาคต มีการกระจายความเสี่ยงทั้งธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก รวมถึงในธุรกิจน้ำมันยังมีอัพไซด์ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำและหลักล็อกดาวน์การเดินทางจะกลับมาทำให้ยอดขายน้ำมันในปั้มเพิ่มขึ้นและยังมีโอกาสทำกำไรในฝั่งของธุรกิจรีเทลและการแบ่งเช่าพื้นที่ รวมถึงขยายการลงทุนในต่างประเทศ
ดังนั้นราคาที่ออกมา 16-18 บาทค่อนข้างเหมาะสม และประเมินว่า ราคาเป้าหมายปรับเพิ่มขึ้นราว 10-15% จากราคาเสนอขายไอพีโอ ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า
เปิด 4 กองทุนนอกสละสิทธิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ OR ครั้งล่าสุด เห็นชอบการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรหุ้น IPO ของบริษัทให้กับนักลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ที่จองซื้อหุ้นในประเทศไทยให้กับกองทุน 4 แห่ง หลังจากได้เจรจากับกองทุนจนได้ข้อสรุปเมื่อ 25 ม.ค.ที่่ผ่านมา ผลปรากฏว่ากองทุน 2 แห่ง ได้แก่ BIC BANK LAO และ Capital Asia Investment ยินยอมยกเลิกการจองหุ้นทั้งหมด รวมกัน 46.7 ล้านหุ้น บลจ.เดนาลี เพรสทีจ จำกัด ซึ่งเป็นกองทุนส่วนบุคคล ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ลดจำนวนหุ้นที่จองซื้อเหลือ 26.35 ล้านหุ้น จากเดิมที่ได้รับจัดสรร 29.30 ล้านหุ้น และ The Ton Pho Fund ลดจำนวนหุ้นที่จองซื้อเหลือ 14 ล้านหุ้นจาก 15.60 ล้านหุ้น ซึ่งจะนำไปจัดสรรให้รายย่อยต่อไป
หน้าใหม่แห่เปิดบัญชีหุ้น
นายสมชาย กาญจนเพชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจหลักทรัพย์บุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่าจากความสนใจของประชาชนในการจองซื้อหุ้น OR จำนวนมาก ทำให้ประชาชนที่ยังไม่เคยเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น เข้ามาเปิดบัญชีกับทางบล.เคจีไอ มากขึ้นกว่าปกติ เพื่อเตรียมจองซื้อหุ้น OR ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้ประชาชนสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งเชื่อว่าทุกโบรกจะเป็นลักษณะเดียกันที่มีประชาชนเข้ามาเปิดบัญชีมากขึ้น เพราะ OR ต้องการที่กระจายหุ้นให้กับรายย่อยอย่างทั่วถึง เชื่อว่ารายย่อยจะเข้ามาจองซื้อเป็นหลักแสนคน
ทั้งนี้แม้มีจำนวนผู้เข้ามาจองซื้อหุ้น OR จำนวนมาก ระบบการซื้อขายเชื่อว่าจะสามารถรองรับการซื้อขายของนักลงทุนได้ เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯได้มีการทำระบบเพื่อรองรับการซื้อขายไว้แล้ว ซึ่งปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ที่ระดับวันละ 1 แสนล้านบาทแล้วและเคยทำสถิติที่2 แสนล้านบาท
ผู้ถือหุ้นปตท.เปิดบัญชีออนไลน์เพิ่ม
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)กล่าวว่า ช่วงที่ OR ประกาศจะเปิดให้จองซื้อหุ้นนั้น ก็มีนักลงทุนเข้ามาเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้นพอสมควร ซึ่งเป็นทั้งอุตสาหกรรม เพราะ มีคนที่จะเข้ามาซื้อขายหุ้น OR เพิ่ม ซึ่งในส่วนของบล.กิมเอ็งฯพบว่าลูกค้าของบริษัท ซึ่งถือหุ้น ปตท. ที่ได้รับจัดสรรหุ้น OR เข้ามาเปิดบัญชีเพิ่ม เป็นบัญชีซื้อขายหุ้นออนไลน์มากขึ้น จากเดิมเป็นบัญชีซื้อขายหุ้นที่ส่งคำสั่งซื้อขายกับมาร์เก็ตติ้งเท่านั้น
ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยเปิดบัญชีซื้อขาย เชื่อว่าจะไปจองผ่านธนาคารพาณิชย์ ซึ่งหากต้องการซื้อขายในอนาคตก็จะเข้ามาเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับโบรกเกอร์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้มีการให้บริการเปิดบัญชีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเพิ่มความสะดวกแก่นักลงทุนได้มากขึ้น
“OR ถือว่าเป็นหุ้นตัวแรกในรอบหลายปีที่มีผู้สนใจจองซื้อจำนวนมาก ทำให้มีผู้มาเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับโบรกฯมากขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นทั้งอุตสาหกรรม"
หน้าใหม่ถือยาวหุ้นโออาร์
นายเผดิมภพสงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายธุรกิจรายย่อย บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) กล่าวว่าจาก หุ้น OR เปิดจองนั้นทำให้นักลงทุนที่ไม่เคยเปิดบัญชี เข้ามาเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับบล.หยวนต้า มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดผ่านระบบทางออนไลน์ของบริษัท ซึ่งบริษัทได้มีการโปรโมทมาต่อเนื่องให้นักลงทุนทราบว่าสามารถเปิดบัญชีซื้อขายกับบริษัทได้ผ่านระบบออนไลน์ ก็จะเพิ่มความสะดวกแก่นักลงทุนเปิดบัญชีได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่านักลงทุนที่ไม่เคยซื้อขายหุ้นที่จองหุ้น OR นั้น จะไม่ขายหุ้นออกมาในวันแรก เพราะต้องการถือยาว เพราะเป็นธุรกิจที่ทุกคนรู้จักเลยอยากถือหุ้นไว้
“เชื่อวันแรก OR เทรดนักลงทุนหน้าใหม่ ไม่ขาย เพราะจะเก็บเป็นขวัญถุง ส่วนราคาหุ้นเข้าเทรดวันแรกจะสามารถสูงกว่าราคาไอพีโอได้ แต่เชื่อว่าไม่มาก เพราะเป็นหุ้นมวลชน ซึ่งที่ผ่านมาหุ้นที่เป็นหุ้นมวลชนจะมีอัพไซด์จำกัด ประกอบกับเป็นหุ้นขนาดใหญ่”








