วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ส่อง'หุ้น' AOT ราคากลับมาในโซน'ซื้อ'

ส่อง'หุ้น' AOT ราคากลับมาในโซน'ซื้อ'

“หยวนต้า”แนะนำ “ซื้อ” หุ้น AOT พร้อมปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 เป็น 75.50 บาท

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ AOT โดยคาดว่า ไตรมาสแรกปี 2564 จะขาดทุนลดลงจากไตรมาส 4/2563 แต่เริ่มเห็นผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิดรอบสอง

คาดผลประกอบการ 1Q64 ขาดทุนปกติที่ 2.8 พันล้านบาท (ไม่รวมผลกระทบของ TFRS16 ที่จะบันทึกเป็นไตรมาสแรก ซึ่งเป็นเพียงรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลต่อกระแสเงินสด) ดีขึ้นเทียบกับขาดทุน 3.6 พันล้านบาทใน 4Q63 แต่อ่อนแอลงเทียบกับกำไรปกติ 6.8 พันล้านบาทใน 1Q64 (Pre-COVID19) Domestic Flight +39% QoQ จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศ +46% QoQ ขณะที่ค่าใช้จ่ายถูกควบคุม

อย่างไรก็ดีปริมาณผู้โดยสารภายในประเทศเริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัว เดือนธ.ค.63 ลดลงเหลือ 1.77 ล้านคนจาก 1.9 ล้านคนในเดือนพ.ย.63 ขณะที่เดือนม.ค.64 คาดที่ราว 900K คน ผลกระทบจากการระบาดรอบสองภายในประเทศ

ลดคาดการณ์ปี 2563/64 เป็นขาดทุน 6.4 พันล้านบาท  แต่ไม่ใช่ประเด็นใหม่

ผลขาดทุนใน 1Q64 เมื่อบวกกับการระบาดรอบสองในประเทศในช่วงเดือนม.ค.64-มี.ค.64 (2Q ของ AOT) และกระทบให้การเปิดประเทศทำได้ช้าลง คาดเกิดใน 2H64 ดังนั้นในปีปฏิทิน 2563/64 AOT จะได้รับผลกระทบจากการระบาดราว 9 เดือน (ต.ค.63-มิ.ย.64) ทำให้เราปรับลดประมาณประมาณการปี 2564 ของเราจากกำไรปกติ 6.4 พันล้านบาทเป็นขาดทุน 6.4 พันล้านบาท

ให้น้ำหนักกับการกระจายวัคซีนมากกว่า ... ศักยภาพที่แท้จริงอยู่ตั้งแต่ปี 2564/65

แม้ AOT จะมีผลขาดทุนอีกอย่างน้อย 2 ไตรมาส อย่างไรก็ดีผลลบดังกล่าวจำกัดเนื่องจาก AOT มีงบดุลที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับภาวะขาดทุนและมาตรการช่วยเหลือร้านค้าและสายการบินเพิ่มเติม

การกระจายวัคซีนที่รวดเร็วใน 1H64 เป็นปัจจัยสำคัญที่เราให้น้ำหนักมากกว่า หากทำได้ต่อเนื่องใน 2Q64-3Q64 การเปิดประเทศอย่างมีนัยสำคัญจะเริ่มเห็นตั้งแต่ 4Q64 ดังนั้นในปีปฏิทิน 2564/65 ของ AOT เราคาดผลประกอบการจะกลับเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวในอัตราเร่งต่อเนื่องยาว 3 ปี หนุนจาก 1) ผลบวกจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวรอบใหญ่ของประเทศไทยจากภาครัฐ 2) Pend-up demand ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และ3)ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศที่สดใหม่หลังได้รับการฟื้นฟูมากว่า 1 ปี พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2564/65 และ 2565/66 เป็น 1.4 หมื่นล้านบาท (ลดลง 12% เทียบกับประมาณการเดิม) และ 2.9 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 22% เทียบกับประมาณการเดิม) ตามลำดับ อิงสมมติฐานนักท่องเที่ยวจะทำระดับสูงสุดใหม่เทียบกับปี 2562 ในปี 2565/66

ปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม 75.50 บาทต่อหุ้น

ผลของการปรับประมาณการขึ้นตั้งแต่ปี 2565/66 ทำให้ราคาเหมาะสมของ AOT ณ สิ้นปี 2564 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 75.50 บาทต่อหุ้น เรามอง AOT เป็นตัวแทนของการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในยุค Post COVID-19 ขณะที่ราคาหุ้นที่ +/-60.00 บาทต่อหุ้น มี Risk Reward ที่น่าสนใจ

ความเสี่ยงสำคัญ คือ การเปิดประเทศได้ล่าช้ากว่า 2H64 การออกมาตรการช่วยเหลือสายการบินและร้านค้าเพิ่มเติม และการต้องช่วยการบินไทยในรูปแบบของการใส่ Equity  

Risk Reward น่าสนใจ ... ภาวะปกติอยู่ที่อย่างน้อย 80 บาทต่อหุ้น

ในภาวะปกติ AOT กลับไปได้สัญญา Minimum Guarantee ก่อนเกิด COVID-19 ฐานกำไรของ AOT ควรจะอยู่ที่ระดับ 3.5-4.0 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นราคาเหมาะสมของหุ้น AOT อิงวิธี DCF ใน Model ของเราที่ราว +/-80 บาทต่อหุ้น

กรอบราคาเหมาะสมดังกล่าวมีโอกาสถูกปรับเพิ่มขึ้นหากการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะยาวสูงกว่า 5% ซึ่งมีความเป็นไปได้เพราะในระยะยาวเศรษฐกิจจีนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลกสะท้อนเป็นการเติบโตของชนชั้นกลางจำนวนมาก เมื่อประกอบกับ location ที่อยู่ใกล้ประเทศไทยและการเติบโตของ Social Media ที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากเดินทางมากขึ้นจะหนุนให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทยยังเติบโตได้อีกมาก

อิงมุมมองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยใช้เวลาฟื้นตัวราว 2 ปี ราคาหุ้นที่ +/-60.00 บาทต่อหุ้น มี Upside Risk ราว 25% ในสองปี มีความน่าสนใจเทียบกับ Return ปกติของตลาดที่ราว 10% ต่อปี ขณะที่ Upside Risk สำคัญอยู่ที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหลัง COVID-19 ที่เชื่อว่าจะกลับไปทำระดับสูงสุดใหม่อีกครั้ง

ขณะที่ Downside Risk อยู่ที่ 1) การเปิดประเทศล่าช้ากว่า 3Q64 ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการกระจายวัคซีนทำได้ล่าช้า หากเกิดขึ้นหุ้นมีโอกาสปรับฐานก่อนอย่างไรก็ดีเรามองเป็นโอกาสสะสมเพิ่มที่ระดับ 50-55 บาทต่อหุ้น และ 2) การต้องเข้าช่วยเหลือการบินไทยในรูปแบบ Equity โดยเบื้องต้นผู้บริหาร AOT ไม่มีนโยบายดังกล่าวทำให้ความเสี่ยงยังต่ำ แต่ในกรณีที่เกิดขึ้นผิดคาด เรามองเป็นลบและอาจกระทบต่อมูลค่าเหมาะสมในระยะยาว