วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับฐานแบบใช้เวลา vs ปรับฐานแบบใช้ระยะทาง

ตลาดขาดปัจจัยบวกใหม่ รอติดตามการประชุมเฟด 26-27 ม.ค.

ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมีแรงทำกำไรสลับในหุ้นรายตัว หลังตอบรับปัจจัยบวกส่วนใหญ่ไปพอสมควร โดยมีประเด็นกังวลระยะสั้นเกี่ยวกับ 1) การที่สภาคองเกรสอาจต่อรองปรับลดวงเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงจาก 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และ 2) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ 26-27 ม.ค. ซึ่งตลาดประเมินเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ย แต่รอดูถ้อยแถลงและการส่งสัญญาณดำเนินการเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้น

คาดตลาดปรับฐานแบบใช้เวลา มากกว่าระยะทาง จำนวนหุ้นใน S&P500 และ SET Index ที่ยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ปรับลดลงจากระดับเกิน 80% ส่งสัญญาณหุ้นบางส่วนเริ่มปรับฐานลดความร้อนแรง ซึ่งในอดีตการปรับฐานมักจะเกิดใน 2 รูปแบบคือ ปรับลดลงแรงทั้งหมด (ใช้ระยะทาง) หรือการแกว่งออกข้าง (ใช้เวลา) จนกระทั่งจำนวนหุ้นที่ยืนเอยุ่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน เหลืออยู่ราว 40-50% ทั้งนี้เราประเมินการปรับฐานในรอบนี้ อาจเป็นการใช้เวลาในการแกว่งออกข้าง เนื่องจากทิศทางประมาณการกำไรบจ. ที่มีแนวโนมฟื้นตัวขึ้นตามกำไรของกลุ่มปิโตรเคมีและพลังงาน ทำให้การปรับฐานน่าจะไม่ลึด โดยเราประเมินความเสี่ยงของการปรับฐานเพียง 1450 จุด

ธีมการลงทุนหลักยังเป็นเรื่องของ 1) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาของเงินเฟ้อ 2) การสนับสนุนพลังงานสะอาดตามนโยบายประธานาธิปดีคนใหม่ 3) การค้าโลกที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัว หลังหมดยุคทรัมป์ ซึ่งส่งผลบวกต่อกลุ่มโภคภัณฑ์, พลังงานทดแทน และอาหาร สำหรับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย valuation ที่แพง ทำให้การลงทุนและเก็งกำไร ต้องเพิ่มความระวังที่มากขึ้น เรายังคงชอบหุ้นรายตัวที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงการฟื้นตัวของกำลังการบริโภคจากต่างประเทศ (ส่งออก) อาทิ STA, AMA, TVO, TU, CPF, GFPT หรือที่มีปัจจัยบวกรายตัว อาทิ ETC, PTG, EA //สำหรับหุ้นใหญ่ในกลุ่มโภคภัณฑ์ เราชอบ PTT, PTTGC, IVL // และหุ้นลงทุนระยะยาว ทยอยสะสม SCGP, BDMS, MINT, CPALL, DCC

ภาพรวมกลยุทธ์ ยังคงมุมมองเชิงบวกระยะกลาง-ยาว อย่างไรก็ตามช่วงสั้นคาดเริ่มมีแรงทำกำไรรายตัวในหุ้นที่ปรับขึ้นมาก และอาจผันผวนจากการรายงานผลประกอบการ รวมทั้งลดความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงผลตอบแทนพันธบัตร ก่อนการประชุมเฟด 26-27 ม.ค. // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร BDMS*, STGT*, PTG*

แนวรับ 1,480 จุด / แนวต้าน : 1,520 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

 

ประเด็นการลงทุน

คลังมั่นใจหุ้น OR ไปได้สวย ทุ่มเม็ดเงิน 2.8 พันล้าน. กระทรวงการคลังใช้สิทธิ์ซื้อหุ้น OR จำนวน 154 ล้านหุ้น (จากที่จัดสรรทั้งหมด 300 ล้านหุ้น) วงเงิน 2.8 พันล้านบาท โดยใช้เงินจากบัญชีซื้อขายหุ้นของกระทรวงการคลังและอีกส่วนจากการขายหุ้น BCP ออก 5% ให้กับกองทุนวายุภักษ์ ยันเป็นแค่การปรับพอร์ต ไม่กระทบราคา BCP

ไฟเขียวเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19. นายกฯไฟเขียวอนุญาตโรงพยาบาลเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 แต่ต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. และอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐบาล

ดีเดย์ ฉีดวัคซีนเข็มแรก 14 ก.พ. อนุทิน ประชุมเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก 14 ก.พ.นี้ หลังวัคซีนล็อตแรกมา 5 หมื่นโดส พร้อมเคาะผู้ได้รับวัคซีนระยะแรกรวม 19 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัว

"ทรู" เตรียมขายหุ้นกู้ 2 หมื่นล้าน จำนวน 4 ชุด ดอกเบี้ย 3.30-4.50% วันที่ 8-10 ก.พ.นี้ หวังนำเงินชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในไตรมาส 1 ปีนี้-ชำระค่าไลเซ่นคลื่นความถี่

โควิด-19สมุทรสาครฉุดไม่อยู่ ติดเชื้อพุ่ง914ราย ศบค.รายงานติดเชื้อใหม่ 187 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย สมุทรสาครอาการหนัก ติดเชื้อพุ่ง 914 ราย หลังตรวจเข้ม ตลาดกุ้งเลื่อนเปิดไม่มีกำหนด

ประเด็นติดตาม: - 26 ม.ค. : US Consumer Confidence เดือน ม.ค. // 27 ม.ค. – ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล // 28 ม.ค. : FOMC meeting, US GDP 4Q20 // 29 ม.ค. : TH Economic Review

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)