ภาคแรงงานร้องรัฐบาลจ่ายชดเชยเยียวยาโควิด-19 รอบใหม่ ไม่ต่ำกว่าการเยียวยารอบแรก คือ 5 พันบาท นาน 3 เดือน เหตุค่าครองชีพสูงขึ้น พร้อมไม่เห็นด้วยหากมีการจ้างงานรายชั่วโมงกับลูกจ้างประจำ
นายสมพร ขวัญเนตร ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจ BIZ Insight ว่า กรณีที่รัฐบาลจะมีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ วงเงิน 3,500 บาท/ราย ระยะเวลา 2 เดือน มองว่าไม่เพียงพอ โดยรัฐบาลควรเยียวยาผลกระทบไม่ต่ำกว่ารอบแรก คือ วงเงิน 5,000 บาท/คน ระยะเวลา 3 เดือน เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการควบคุมการระบาดสูงสุดในบางพื้นที่ แต่ก็ไม่แตกต่างจากการล็อกดาวน์เหมือนกับการระบาดรอบแรก อีกทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น เงินเดือนลูกจ้างที่ได้รับแทบจะชนเดือน ดังนั้นการเยียวยาในอัตรา 3,500 บาท มองว่าไม่เพียงพอ
“ช่วงนี้ไม่ว่าที่ไหนกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ชลบุรี ที่มีการเข้มงวดสูงสุด กลุ่มที่กระทบหนักๆจะเป็นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม โดนหมด ส่วนภาคอุตสาหกรรมยังพอไปได้ แต่การทำงานก็ได้แค่ 60-70% เท่านั้น ส่วนมาตรการเยียวยาของรัฐที่ทำออกมาเพียงพอหรือไม่ ปกติก็ไม่ไม่เพียงพออยู่แล้ว เพราะสถานะลูกจ้างแย่อยู่แล้ว ค่าครองชีพสูง ค่าจ้างชนเดือน ยิ่งมาเจอโควิดอีก แต่ลูกจ้างก็เข้าใจ และมั่นใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหลังจากวัคซีนป้องกันโควิดมาถึงไทย” นายสมพร กล่าว
ขณะที่ ตัวเลขการตกงานของแรงงานในการระบาดโควิด-19 รอบล่าสุดไม่น่าจะมากเท่ากับกับการระบาดรอบแรก ที่มีตัวเลขตกงานมากถึง 7-8 แสนคน แต่รอบนี้อาจจะมีบ้างแต่คงไม่มาก ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเข้ามาช่วยลูกจ้างและนายจ้าง
สำหรับข้อเสนอการจ้างงานเป็นจ้างงานเป็นรายชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบโควิด-19 ให้กับฝั่งนายจ้างนั้น ไม่เห็นด้วยหากจะใช้มาตรการดังกล่าวกับพนักงานประจำ เพราะทำให้รายได้ลดลง และต้องมาดูว่าสาเหตุที่อยากจ้างงานรายชั่วโมงคืออะไร และต้องมาดูว่าสถานะของลูกจ้างหากจ้างงานรายชั่วโมงอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งการจ้างงานรายชั่วโมงควรใช้ในกลุ่ม ผู้สูงอายุ นักศึกษาฝึกงาน คนพิการ ซึ่งตรงนี้ไม่ว่ากัน






