ตลาดหุ้นวานนี้ปิดทรงตัวจากวันก่อนหน้า แม้ระหว่างวันจะปรับตัวขึ้นไปกว่า 10 จุด จากแรงหนุนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
นำโดย DELTA และ HANA อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นในช่วงบ่ายอ่อนแรงลงตามดัชนีโซนยุโรปที่เปิดในแดนลบจากความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในยุโรปและจีน ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,536.49 จุด +0.05 จุด +0.00% มูลค่าการซื้อขาย 9.38 หมื่นลบ. ต่างชาติ -510.60 ลบ. TFEX +9,254 สัญญา ตราสารหนี้ -296 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนยูโรโซนในเดือนม.คม. พุ่งสูงสุดรอบเกือบ 1 ปีจากความหวังเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
+ เงินบาทเปิด 30.16 อ่อนค่าต่อเนื่องตามภูมิภาคหลัง bond yield สหรัฐพุ่งหนุนดอลลาร์แข็งค่า
+/- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 1 เซนต์ ปิดที่ 52.25 ดอลลาร์/บาร์เรล ความผันผวนมาจากกังวลว่าการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปและจีนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
+คลัง สรุปเปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง รอบเก็บตกช่วงปลาย ม.ค.ชง ครม.วันนี้ และคาดจะออกมาตรการทางการเงินเยียวยาผลกระทบระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่
+FETCO เผยผลสำรวจระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับลดลงแต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงโดยมีปัจจัยบวกสาคัญจากการไหลเข้าของ fundflow
ปัจจัยลบ
-ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 89.28 จุด -0.29% จากความวุ่นวายทางการเมืองในสหรัฐ หลังจากส.ส.พรรคเดโมแครตยื่นญัตติถอดถอนปธน.ทรัมป์ออกจากตาแหน่ง ซึ่งอาจทำให้การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เป็นไปอย่างล่าช้า
-ม.หอการค้าฯ เผยโควิด-19 ทำหนี้ครัวเรือนไทยปี 63 พุ่งสูงสุดในรอบ 12 ปี
-การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศ
-ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิด -38.61 จุด -1.08%
-ดัชนีนิกเกอิเช้าเปิด -134.66 จุดจากแรงขายทำกำไร
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสพักตัว โดยนักลงทุนมีความกังวลว่า การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอาจเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งล่าสุดสมาชิกพรรคเดโมแครตได้ยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้เงินบาทที่อ่อนค่า อาจทำให้ Fund Flow ชะลอตัว คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,520-1,550 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นได้ประโยชน์จากการ Work from home : ADVANC DTAC TRUE JAS COM7 SIS SYNEX VCOM IIG AS YGG
• Defensive และได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC
• Laggard play : ADVANC INTUCH BBL
• Value play : STANLY IRC TSC JUBILE XO BIZ SKN LALIN HARN
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC BDMS CPALL KBANK PTTGC
หุ้นรายงานพิเศษ
PRM Bloomberg consensus 12.10 บาท
(+) 4Q63 มีแนวโน้มเติบโต YoY ทรงตัว QoQ จากธุรกิจเรือ FSU ที่ปรับค่าบริการเพิ่มขึ้น 20-25%YoY ส่วนธุรกิจเรือ Domestic แนวโน้มดีขึ้น หลังผ่านพ้นช่วง Lockdown ประกอบกับมีรับเรือลำใหม่ 1 ลา ขนาด 3,000DWT (ทดแทนเรือลำเก่าที่ขนาด 2,000DWT ที่ขายไปใน 2Q63) โดยทั้งปี 63 Bloomberg คาดกำไรราว 1,585 ลบ. +55%YoY (กำไร 9M63 เท่ากับ 1,243 ลบ. คิดเป็น 78% ของคาดการณ์ปี 63)
(+) มุมมองบวกต่อปี 64 หลังจากทำสัญญาซื้อขายหุ้น บริษัท ไทยออยล์มารีน จากัด คาดดีลแล้วเสร็จภายใน 30 มิ.ย.64 ซึ่งจะช่วยต่อยอดรายได้ของบริษัทในปี 64 ตลอดจนการ Synergy กับ TOP จะช่วยให้รายได้ในอนาคต Secure
*Note สิ่งที่ PRM ได้รับจากการซื้อ บ.ไทยออยล์มารีน มี 2 ประการ คือ
1) ในระยะสั้น : ความสามารถในการขนส่งเพิ่มขึ้น จากกองเรือเพิ่มขึ้นทันที 18 ลา จาก 40 ลำ สู่ 58 ลำ แบ่งเป็น 1) ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 2) เรือ Crew boat ในธุรกิจ Offshore
2) ในระยะยาว : Synergy ระหว่างการขนส่งน้ำมันโดย PRM และนำเข้าน้ำมันโดย TOP ช่วยสนับสนุนการขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยมีแผน 1) เพิ่มเรือขนส่งน้ำมันดิบ (VLCC) 3 ลำ (TC-10ปี) 2) เพิ่มเรือขนส่งขนาดเล็ก 3 ลา (TC & COA – 5ปี) และ 3) การให้บริการ Ship Agent
หุ้นมีข่าว
(+) SUSCO (Bloomberg Consensus 3.60 บาท) มั่นใจปีนี้ยังมีกำไร เตรียมอัดงบ 550 ล้านบาทลงทุนขยายปั๊มอีก 20 แห่ง ครบ 260 แห่งภายในสิ้นปีนี้ พร้อมขยายธุรกิจนอนออยล์เพิ่ม ลั่นเป้ารายได้ปีนี้โต 20% จากราคาน้ำมันดิบขยับสูง กางแผน 5 ปี ทุ่ม 2 พันล้านบาทขยายปั๊มครบ 300 แห่ง (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) EGCO (Bloomberg Consensus 290.78 บาท) ผนึกกนอ. ตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง” ที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด บนพื้นที่ 621 ไร่ คาดใช้เวลาพัฒนาพื้นที่และระบบสาธารณูปโภค 2 ปี เล็งเปิดให้บริการปี 65 รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve และ New S-Curve ในอีอีซี (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) TPIPP (Bloomberg Consensus 4.98 บาท) ลุยประมูลโรงไฟฟ้าขยะชุมชนภาครัฐ 400 เมกะวัตต์ ชี้มกราคมนี้รู้ผลประมูล 2 โครงการ กำลังการผลิต 17.8 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าเจรจาอีก 5-6 โครงการ ขณะที่ดีลซื้อโรงไฟฟ้าขยะที่มี PPA แล้วอีก 14 เมกะวัตต์ ส่วนปี 2564 ตั้งเป้ารายได้ แตะ 1.33 หมื่นล้านบาท คาด 3-5 ปี มีกำลังการผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) NER (Bloomberg Consensus 4.80 บาท) ย้ำสหรัฐเก็บภาษี AD ยางรถยนต์ไทยกระทบเล็กน้อย มองราคาเฉลี่ยยางแผ่นรมควันในปีนี้น่าจะอยู่ในระดับ 60-75 บาทต่อกิโลกรัม ความต้องการใช้ยังสูง จับตารายได้ปี 2564 ไม่ต่ำกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท มียอดขายทะลุ 4.1 แสนตัน ฟากโบรกชี้พื้นฐาน 5 บาท หลังลูกค้ากลับมาผลิต รวมถึงการเดินเครื่องกำลังการผลิตใหม่ได้เต็มที่มากขึ้น (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
12 ม.ค. ประชุมครม.พิจารณามาตรการเยียวยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการทางการเงิน ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เกี่ยวกับการพักหนี้และการออกสินเชื่อเพื่อเติมทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระลอกใหม่ โดยเฉพาะใน 28 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด
สัปดาห์ที่ 2 หุ้นธนาคารส่งงบการเงินประจาปี 63
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน
สภาผู้ส่งออกแถลงสถานการณ์การส่งออก
29 ม.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
3 ก.พ. ประชุมกนง.นัดแรก
ต่างประเทศ
12 ม.ค. ญี่ปุ่น เปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัด
สหรัฐ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือนธ.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนพ.ย.
อียู เปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.
สหรัฐ เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)(เช้าวันที่ 14 ม.ค.)
14 ม.ค. ญี่ปุ่นเปิดยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนพ.ย.
จีนเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค.
ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เดือนธ.ค. ยอดขายรถเดือนธ.ค. ยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเดือนธ.ค.
สหรัฐ เปิดเผย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนธ.ค.
20 ม.ค. พิธีสาบานตนรับตำแหน่งของว่าที่ปธน.สหรัฐของนายโจ ไบเดน





