วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พริมาฯขยายกองเรือดันรายได้

พริมา มารีน ตั้งงบลงทุนปีหน้า 3 พันล้านบาท ขยายกองเรือเพิ่ม 5 ลำ รองรับความต้องการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันฟื้นตัว ดันรายได้โตเข้าเป้า 10-15%

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัทพริมา มารีน จำกัด(มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่า แผนลงทุนในปี 2564 บริษัทวางกลยุทธ์หาโอกาสในการลงทุนธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและจัดเก็บน้ำมัน โดยเตรียมขยายกองเรือขนาดใหญ่เพิ่มอีก 2 ลำ และลงทุนเรือขนาดเล็กอีก 3 ลำ เพื่อเป็นการใช้เรือทดแทนจำนวน 1-2 ลำ โดยวางเม็ดเงินลงทุนราว 3 พันล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการเรือขนส่งน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

“ปี 2564 เราจะมีกองเรือใหม่ไม่น้อยกว่า 5 ลำจากปัจจุบัน 40 ลำ แบ่งเป็นเรือขนาดเล็กในประเทศ 30 ลำ เรือระหว่างประเทศ 1 ลำ เรือโรงแรมลอยน้ำ 1 ลำ และเรือผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอีก 8 ลำ”

บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2564 เติบโตไม่น้อยกว่า 10% หรือเติบโตราว 10-15% หลังจากแนวโน้มของธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ที่ยังขยายตัวดีต่อเนื่องจากปีนี้ ประกอบกับธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเลียมเหลวในประเทศ คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในปีนี้ ทำให้ความต้องการขนส่งน้ำมันในประเทศลดลง โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันเครื่องบิน ส่วนธุรกิจเรือขนส่งเพื่อการสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore) คาดว่ายังชะลอตัว

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่ารายได้ยังเติบโต 12-15% หรือทะลุเป้าหมายเล็กน้อย จาก 9 เดือนแรกปีนี้เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้ 4,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และมีกำไรสุทธิ 1,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49%

กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากการรับรู้รายได้ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและจัดเก็บที่ปรับตัวสูงต่อเนื่อง หลังจากบริษัทสามารถปรับเพิ่มอัตราค่าบริการเรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน และยังควบคุมต้นทุนในระดับต่ำเท่าเดิมได้ ทำให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 60% จากเดิม 50% ขณะที่การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ธุรกิจเรือขนในประเทศ มีสัดส่วนรายได้ลดลงเหลือ 40% จากเดิม 50%

นอกจากนี้บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบจากบาทแข็งและมาตรฐานบัญชีใหม่ให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4 นี้แนวโน้มการดำเนินงานคาดว่ายังดีต่อเนื่องจากไตรมาส 3 เนื่องจากมีปริมาณความต้องการเรือขนส่งน้ำมันในประเทศเริ่มฟื้นตัว แม้ในส่วนของน้ำมันเครื่องบินยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็มีความต้องการจากสายการบินในประเทศเริ่มกลับมาให้บริการ ซึ่งเมื่อสถานการณ์โควิด-19ดีขึ้นธุรกิจนี้จะฟื้นตัวต่อเนื่อง