โบรก ชี้ DTAC ชดเชยลูกค้าลงทะเบียนคนละครึ่ง กระทบกำไรลดลง 7.9% -มูลค่าหุ้น 0.18 บาท ด้าน บล.โนมูระพัฒนสิน คาดกระทบราคาหุ้นระยะสั้น เหตุ ค่าใช้จ่ายเยียวยาที่จะเกิดขึ้นไม่มาก -เป็นปัจจัยลบชั่วคราว เพราะส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในรูปส่วนลดค่าเครื่องฯลฯ
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เช้านี้ (17 ธ.ค.) ปรับตัวลดลง ล่าสุด ณ 10.52 น. อยู่ที่ 36.25 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 2.68 %
วานนี้(16ธ.ค.)เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 ซึ่งได้รับความสนใจมีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนจำวนมาก โดยพบระบบผู้ให้บริการมือถือคือ DTAC มีปัญหา ทำให้ลูกค้าไม่สามารถรับข้อความรหัส OTP ในโครงการ คนละครึ่งได้
ทั้งนี้เบื้องต้น DTAC คาดจะชดเชยไม่เกินรายละ 3,500 บาท ผ่านการให้สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ เช่น โบนัสเติมเงิน, โทร และเน็ตฟรี และส่วนลดซื้อโทรศัพท์มือถือ คาดจะให้ขอรับสิทธิ์ในช่วง 17-23 ธ.ค.
ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เอเซีย พลัส ประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นความเสี่ยงต่อประมาณการ คือ ค่าใช้จ่าย รายได้ที่หายไปจากมาตรการเยียวยา รายละ 3,500 บาท โดยประเมินมีโอกาสที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบราว 1.0 ล้านราย (อิงผู้มีสิทธิ์ร่วมมาตรการ 5 ล้านคน และส่วนแบ่งตลาด (จำนวนเลขหมาย) ของ DTAC ที่มี 20.9%
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่ใช่ลูกค้าที่กระทบทั้งหมด จะขอรับสิทธิ์ทันช่วงที่ DTAC กำหนด เบื้องต้น จึงประเมินทุกๆลูกค้า 10% ของกลุ่มที่กระทบมาขอรับสิทธิ์ (1.0 แสนคน) จะกระทบกำไรปี 2563 ราว 5.1% และมูลค่าหุ้น 0.11 บาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีกด้าน คือ 2 ลูกค้าที่อาจย้ายออกหลังจากนี้ โดยทุก ๆ ลูกค้า 1% ที่ย้ายออก จะกระทบกำไรราว 7.9% และมูลค่าหุ้น 0.18 บาท
โดยรวม ASPS ยังคงมูลค่าพื้นฐานไว้ก่อนเพื่อรอดูผลกระทบที่ชัดเจนจาก Downside ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับ ราคาปัจจุบันเหลือ Upside จำกัด จึงลดคำแนะนำเป็น Switch ไป ADVANC ที่มีโอกาสได้ประโยชน์ชัดเจนจากสถานการณ์ดังกล่าว
ด้านบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ บริษัทาประเมินการเกิดปัญหาระบบ OTP และส่งข้อมูลของเครือข่าย DTAC ที่ขัดข้องในเช้าวานนี้จะส่งผลต่อราคาหุ้น DTAC อ่อนตัวลงชั่วคราว เพราะจะมีผลต่อภาพลักษณ์การให้บริการดูด้อยลงและอาจทำให้ต้องรุกทำการตลาดมากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้า ทั้งนี้ ล่าสุด DTAC เตรียมออกมาตรการชดเชยแก่ลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากการไม่สามารถลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่งเฟส2” แล้วสูงสุดไม่เกิน 3.5 พันบ.
อย่างไรก็ตาม เรายังคงประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการเยียวยาที่จะเกิดขึ้นต่อ DTAC จะมีไม่มากและเป็นเพียงปัจจัยลบเพียงชั่วคราว เพราะส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในรูปส่วนลดค่าเครื่องและการจำกัดช่วงเวลาการใช้สิทธิ
ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรปี 20-22F ดังเดิม โดยเบื้องต้นคาดกำไร 4Q20F จะกลับมาโต y-y เพราะ low base ใน 4Q19 ที่มีเริ่มใช้ TFRS16 (กระทบ -393 ลบ.) แต่เทียบ q-q คาดกำไรจะลง เพราะจะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายลงทุน 5G มากขึ้น
ทั้งนี้ แม้เราจะห่วงศักยภาพในการแข่งขันระยะยาวสำหรับ DTAC แต่สิ่งที่ยังเป็นจุดเด่นสำหรับหุ้น DTAC คือ i) ราคาหุ้นซื้อขายถูกสุดในกลุ่มมือถือ , ii) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ 4-5%ต่อปี โดย 2H20F จ่ายได้ 0.8-0.85 บ./หุ้น (yield 2.5% ) และ iii) เรื่องกลยุทธ์ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงแนะนำ รอซื้อเมื่ออ่อนตัว






