วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.เร่งสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนผาจุก คาด ซีโอดี ธ.ค.64

กฟผ. เดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนผาจุก กำลังผลิตรวม 14 เมกะวัตต์ คาดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ ตามแผน ธ.ค.ปี 64 เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า พร้อมบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายทิเดช เอี่ยมสาย ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 14 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง (เครื่องละ 7 เมกะวัตต์) คิดเป็นพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยรายปี 74 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเข้าระบบได้ปีละ 90 ล้านหน่วย ทำให้ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละ 45,833 ตัน คาดว่า จะสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD) ได้ตามแผนภายในเดือน ธ.ค. 2564

โดยโครงการนี้ เป็นการนำน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนทดน้ำผาจุกมาใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นการบูรณาการการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่กระทบกับวัตถุประสงค์ของการใช้น้ำเดิมขณะที่ ชุมชนได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาด้านต่างๆ จากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก อีกทั้งยังเป็นพลังงานสะอาด ต้นทุนต่ำ อายุการใช้งานยาวนานกว่าเมื่อเทียบกับพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2563 กฟผ. ได้เปิดดำเนินการเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนคลองตรอน อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 1.25 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง รวม 2.5 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 11.83 ล้านหน่วย (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ กฟผ. ดำเนินงานโครงการเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามยุทธศาสตร์การผลักดันส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนของกระทรวงพลังงาน สนองนโยบายรัฐบาลตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (ADEP 2015)

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อน เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้พลังน้ำในการผลิตไฟฟ้า ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว 9 แห่ง ได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนแม่กลอง เขื่อนนเรศวร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนคลองตรอน รวมกำลังผลิตติดตั้ง 87.95 เมกกะวัตต์

นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กล่าวว่า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) หรือ โซลาร์ลอยน้ำ ในเขื่อนของ กฟผ.ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงาน ให้ดำเนินการก่อสร้าง ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Rev.1) จำนวน 9 แห่ง 16 โครงการ กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 2,725 เมกะวัตต์ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการนำร่องที่เขื่อนสิรินธร กำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ จะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2564 

“ยอมรับว่า ล้าช้ากว่าแผนที่จะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี64 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงต้นปีนี้ ทำให้การขนส่งอุปกรณ์ต่างผ่านตู้คอนเทนเนอร์จากจีนเกิดความล่าช้า จึงต้องเลื่อนการติดตั้งออกไป”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินโครงการอื่นๆนั้น คาดว่าจะดำเนินการได้ หลังจากประเมินผลการติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำในเขื่อนสิรินธรเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งโครงการนี้ กฟผ.คาดหวังว่า จะเป็นโครงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่ผสมผสานการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำกับพลังงานแสงอาทิตย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด