แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
คาดดัชนีฯ Sideways Up แนวต้าน 1495 / 1500 จุด แนวรับ 1470 / 1460 จุด แนะนำเก็งกำไร TOP SPRC PORT ปัจจัยบวก คือ 1. การคาดว่าเฟดอาจส่งสัญญาณผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมกลางสัปดาห์นี้ (เหมือนกับผลประชุมล่าสุดของ ECB ที่เพิ่มวงเงินซื้อพันธบัตรอีก 5 แสนล้านยูโร เป็น 1.85 ล้านล้านยูโร) 2. การเริ่มฉีดวัคซีน Pfizer เพื่อต้าน COVID-19 ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการสะสมหุ้น อิงวัฏจักรเศรษฐกิจของโบรกเกอร์ต่างชาติ ปัจจัยลบ คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจล่าช้ากว่าคาดการณ์ การเจรจา Brexit มีโอกาสที่จะเป็นแบบไร้ข้อตกลง และการกังวลต่อจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในไทย
ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้
1) การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้โบรกเกอร์ต่างชาติกลับมาลงทุนเพิ่มตลาดหุ้นไทย (+หุ้นอิงวัฏจักรเศรษฐกิจ)
2) คาด US FDA อนุมัติใช้วัคซีนของ Moderna ในวันที่ 17 ธ.ค. หลังจากอนุมัติของ Pfizer เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. (+หุ้นอิงท่องเที่ยว)
3) ประธานสภาผู้แทน เพโลซี ส่งสัญญาณการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยืดเยื้อไปจนถึงคริสต์มาส (-ตลาดหุ้นสหรัฐฯ )
4) แนวโน้มสูงที่การเจรจา Brexit ระหว่าง อียู กับ UK จะเป็นแบบไร้ข้อตกลง (-ค่าเงินปอนด์และตลาดหุ้นอังกฤษ)
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ China-Vehicle Sales เดือน พ.ย. +8.5% YoY (Vs เดือน ต.ค. +12.5% YoY ), FDI เดือน พ.ย. (YTD) +7.6% YoY (Vs เดือน ต.ค. +6.4% YoY), House Price Index เดือน พ.ย. คาด +4.1% YoY (Vs เดือน ต.ค. +4.3% YoY) / Japan-Industrial Production เดือน ต.ค. คาด +3.8% MoM (Vs เดือน ก.ย. +3.9% MoM) / EU-Industrial Production เดือน ต.ค. คาด +2.0% MoM (Vs เดือน ก.ย. -0.4% MoM ) / OPEC-Monthly Report
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกเป็นวันที่สี่: ตลาดหุ้นไทยทำจุดสูงสุดในช่วงเปิดตลาด 15 นาทีแรกที่ 1503.89 จุด +24.97 จุด ก่อนที่จะอ่อนตัวในช่วงที่เหลือของการซื้อขาย และมาปิดตลาดที่ 1482.67 จุด +3.75 จุด +0.25% วอลุ่ม 1.23 แสนล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์ +2.59% ธนาคาร +1.13% หุ้นบวก >4% SAK DELTA IRPC TOP STARK AAV SPRC PLAT ANAN BA หุ้นลบ >4% KCE BANPU HANA TKN IIG TAPAC PSL SVI
+/- ตลาดหุ้นโลกปิดผสมผสาน: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละหลังนางเพโลซี ประธานสภาผู้แทนฯ ระบุว่าการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อไปจนถึงช่วงคริสต์มาส DJ +0.16% (+47.11 จุด) S&P500 -0.13% Nasdaq -0.23% (ทั้งสัปดาห์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง DJ -0.57% WoW S&P500 -0.96% WoW Nasdaq -0.69% WoW ตลาดหุ้นยุโรปปิดผสมผสาน DAX -1.36% CAC40 -0.76% FTSE -0.80% วิตกการเจรจา Brexit แบบไร้ข้อตกลง (ทั้งสัปดาห์ DAX -1.39% WoW CAC40 -1.81% WoW FTSE -0.05% WoW)
+/- น้ำมันดิบปิดลบ แต่ทองคำปิดบวก: ราคาน้ำมันดิบวานนี้ปิดลดลง WTI -21 เซนต์ ปิดที่ USD46.57/บาร์เรล Brent -28 เซนต์ ปิดที่ USD49.97/บาร์เรล จากแรงขายทำกำไรหลังพุ่งแรงเมื่อวันก่อนหน้า และรายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐฯ ที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้น 12 แท่น เป็น 258 แท่น ส่วนราคาทองคำฟื้นตัว +USD6.20 ปิดที่ USD1843.60/ออนซ์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่หก WTI +0.7% WoW Brent +1.5% WoW ทองคา +0.2% WoW)
ประเด็นสำคัญ
- Fund Flow (7–11 ธ.ค.): นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นเอเชีย 6 ชาติ ไม่รวมญี่ปุ่นเป็นสัปดาห์ที่สอง (หลังจากซื้อต่อเนื่อง 3 สัปดาห์) จำนวน -USD868mn (Vs สัปดาห์ก่อน –USD246mn) ส่วนตลาดหุ้นไทยกลับมาเป็นซื้อสุทธิ +USD137mn (Vs สัปดาห์ก่อน -USD19mn) โดยเป็นการซื้อสุทธิสัปดาห์ที่ 4 ในรอบ 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา
+/- ECB: ปรับคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจอียูปีหน้า ลดลงเป็น 3.9% (เดิม 5%) ทำให้ตัดสินใจเพิ่มวงเงินการซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Program (PEPP) อีก 5 แสนล้านยูโร เป็น 1.85 ล้านล้านยูโร และขยายเวลาการซื้อจนถึงเดือน มี.ค. 2022 (เดิมเดือน มิ.ย. 2021)
+ USA: ร่างกฎหมายงบประมาณรัฐบาลชั่วคราวเวลา 1 สัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค. ผ่านสภาคองเกรสและประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามแล้ว ส่งผลให้หน่วยงานรัฐมีงบประมาณการในการดำเนินงานต่อไปได้จนถึงวันที่ 18 ธ.ค.
- USA/China: ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ประกาศถอนหุ้นของบริษัทจีน จำนวน 10 แห่ง ออกจากการคำนวณในดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทุกดัชนี มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. เป็นต้นไป
+ Vaccine: US FDA ประชุมวันที่ 10 ธ.ค. มีมติ 17 ต่อ 4 เสียง อนุมัติให้ใช้วัคซีนต้าน COVID-19 ของ Pfizer
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: PTTGC IVL JMART
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: TOP SPRC PORT
Derivatives: เปิดสถานะ Long S50Z20 เก็งกำไรเมื่ออ่อนตัว หลัง 10:30 น. (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)









