วันพุธที่ผ่านมาดัชนีปิดบวก 3.75 จุด และลดช่วงบวกจากช่วงเช้าที่ขึ้นไปบวกสูงสุดกว่า 20 จุด หลังจากดัชนีไม่สามารถผ่านแนวต้านสาคัญที่ 1,500 จุดได้
คาดเป็นแรงขายทำกำไรหลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องหลายวัน ประกอบกับภายในประเทศยังคงมี Sentiment เชิงลบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,482.67 จุด +3.75 จุด +0.25% มูลค่าการซื้อขาย 1.23 แสนลบ. ต่างชาติ -2,573.60 บาท TFEX -4,300 สัญญา ตราสารหนี้ +3,574 ลบ. โดยทั้งสัปดาห์ดัชนีปรับตัวขึ้น 32.84 จุด +2.27%
ปัจจัยบวก
+ดัชนีดาวโจนส์ปิด +47.11 จุด +0.16% ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์ -0.57% ดัชนี S&P500 -0.96% ดัชนี Nasdaq -0.69% ส่วนดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งเกือบ 200 จุดขานรับ FDA อนุมัติวัคซีนของไฟเซอร์
+CDC อนุมัติฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์สหรัฐเตรียมรับวัคซีนโควิด-19 ชุดแรก 14 ธ.ค. โดยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ารับการฉีดวัคซีนก่อน
+ผลวิจัยชี้ยา Baricitinib-Remdesivir ใช้ร่วมกันช่วยผู้ป่วยโควิดฟื้นตัวเร็ว
+โค้งสุดท้ายของการลงทุน SSF RMF เพื่อลดหย่อนภาษี
ปัจจัยลบ
-ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดลดลง 21 เซนต์ -0.5% ปิดที่ $46.57 ต่อบาร์เรล จากแรงขายทำกำไร หลังพุ่งแรงในวันก่อนหน้า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา +0.7%
-การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศและการระบาดซ้ำในต่างประเทศ
-มีวี่แววเกิดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีนหลัง FCC กระบวนการเพิกถอนใบอนุญาตบริษัท จดทะเบียนจีน 10 แห่งที่ถูกขึ้นบัญชีดำออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก
-อังกฤษเตือนผู้มีอาการภูมิแพ้หนักอย่าฉีดวัคซีนโควิด-19ของไฟเซอร์
-นลท.ต่างชาติเตรียมปิดสถานะก่อนวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสพักฐานหลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ขณะที่มีประเด็นบวกจาก FDA ของสหรัฐ อนุมัติวัคซีนของ Pfizer แล้ว คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,470-1,500 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 MINT ERW CENTEL AWC CRC BH BDMS
• กพช.ไฟเขียว โรงไฟฟ้าชุมชน ACE PSTC TPCH
• หุ้นเป้าหมายกองทุน SSF และ RMF BBL KBANK TOP PTTGC PTT ADVANC INTUCH
หุ้นรายงานพิเศษ
TNP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.30 บาท
•คาดผลประกอบการใน 4Q63 ทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาส โดยมีปัจจัยหนุน ดังนี้
1) ขยายสาขาค้าปลีกเพิ่มอีก 2 สาขา สู่ 32 สาขา ณ ปลายปี 63
2) ได้อานิสงส์ทางตรงจากการปรับเพิ่มวงเงินบัตรสัวสดิการฯ อีก 500 บาท
3) ได้อานิสงส์ทางอ้อมจากมาตรการ “คนละครึ่ง”
4) เข้าสู่ช่วง High Season ของปี
ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังช่วยกระตุ้นให้ SSSG ใน 4Q63 ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 3-4% จาก 3Q63 ที่ทรงตัว ส่วน %GPM จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับงวด 3Q63 ที่ระดับ 16.5% ขณะที่ %SG&A/Sales ทรงตัวอยู่ในระดับ 10% ส่งผลให้คาดกำไรงวด 4Q63 ราว 33 ลบ. +2%YoY +10%QoQ และกำไรทั้งปี 63 จะอยู่ที่ระดับราว 123 ลบ. +39%YoY (เท่ากับประมาณการครั้งก่อน)
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมปี 64 เพิ่มขึ้นเป็น 4.30 บาท จากเดิม 3.80 บาท พร้อมคาดปี 64 โตต่อเนื่องราว 10-15% และมีแผนขยาย 4-5 สาขา
หุ้นมีข่าว
(+) CRC (Bloomberg Consensus 36 บาท)
จากการเข้าร่วม Conference Call ผู้บริหารให้ภาพรวมเกี่ยวกับ SSSG ซึ่งมีแนวโน้มติดลบเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ SSSG ดีขึ้นในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบกับเดือนต.ค. ขณะที่ SSSG ในเวียดนามยังแย่จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ส่วน SSSG ในยุโรปยังแย่จากการ lockdown รอบสอง ขณะที่คชจ.ในการดำเนินงานลดลงราว -10%yoy
ความเห็น คาดผลประกอบการใน 4Q63 ฟื้นตัวต่อเนื่อง จาก 3Q63 ที่พลิกเป็นบวก โดยได้รับอานิสงส์จากมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ผลการดำเนินงานงวด 9M63 ขาดทุน 1010 ล้านบาท ราคาหุ้น -3% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนที่ผ่านมา แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
(+) CPF (Bloomberg Consensus 37.60 บาท) ส่งซิกแนวโน้มไตรมาส 4/63 เด้ง! บุ๊กกำไรพิเศษเข้าลงทุนธุรกิจสุกรที่จีนราว 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปี 2564 ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 8-10% จากปี 63 รับแรงหนุนจากธุรกิจที่มีการลงทุนใน 17 ประเทศ และการเข้าซื้อเทสโก้ โลตัส โกยกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) WP (Bloomberg Consensus – บาท) แย้มเจรจาพันธมิตรรุกโซลาร์รูฟ เจาะโรงงานขนาดกลาง-เล็ก เตรียมนาแผน M&A ธุรกิจซ่อม-ผลิตถังก๊าซ LPG เข้าบอร์ดกลางเดือนนี้ คาดเข้าซื้อเสร็จภายในไตรมาส 1/2564 มั่นใจคุ้มทุนใน 2 ปี เล็งต่อยอดรับงาน OEM ทุ่ม 400-500 ล้านบาท ลุย LPG ตั้งเป้าปริมาณจำหน่ายก๊าซ LPG ที่ 800,000 ตัน (ที่มา ทันหุ้น)
(+) AAV (Bloomberg Consensus 1.97 บาท) คาดการณ์เฉพาะเดือนธันวาคมนี้จะมียอดผู้โดยสารเฉลี่ยสูงถึง 80-85% เดินหน้าเพิ่มความถี่เที่ยวบินเต็มที่ในทุกเส้นทางมีปริมาณที่นั่งภายในประเทศที่ให้บริการกลับมาครบ 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมคุมเข้มความปลอดภัย (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
15 ธ.ค. ประชุมครม. ก.คลังจะเสนอรายละเอียดของโครงการคนละครึ่ง เฟส 2
17 ธ.ค. ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่ 4 ก.พาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออก-นำเข้า
23 ธ.ค. ประชุมกนง.เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรมสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
30 ธ.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยรายเดือน
ต่างประเทศ
14 ธ.ค. จีน เปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย.
อียู เปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.
15 ธ.ค. จีนเปิดเผยการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร การผลิตภาคอุตฯ ยอดค้าปลีก และอัตราว่างงาน
สหรัฐ เปิดเผย ราคานำเข้าและส่งออก
ดัชนีภาคการผลิต และการผลิตภาคอุตสาหกรรม16 ธ.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยดุลการค้าเดือนพ.ย.
อียูเปิดเผย PMI ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นสหรัฐ เปิดเผยยอดค้าปลีก ดัชนี PMI ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้น สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย (เช้าวันที่ 17 ธ.ค.)
17 ธ.ค. อียูเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย.
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุม
สหรัฐ เปิดจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิต และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง







