วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PRIME จับมือ พระนครเหนือ ร่วมวิจัยนวัตกรรม Solar Power ต่อยอดพลังงานสะอาดพัฒนาประเทศ

PRIME จับมือ พระนครเหนือ ร่วมวิจัยนวัตกรรม Solar Power ต่อยอดพลังงานสะอาดพัฒนาประเทศ

‘PRIME’ ผนึก ‘ม. พระนครเหนือ’ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการร่วมศึกษา วิจัย และพัฒนากระบวนการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบบูรณาการกับการปฎิบัติงานด้านสหกิจศึกษา และงานวิจัยพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาออกสู่สังคม เพื่อผลักดันเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDG) อย่างเป็นรูปธรรม

นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘PRIME’ บริษัทพลังงานสะอาดชั้นนำ เปิดเผยว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์ เราจะเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน เราจึงร่วมมือกับคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับในด้านเทคนิคและหลักการถ่ายทอดความรู้ด้านวิศวกรรมให้แก่ผู้เรียน เพื่อทำการศึกษาทดลอง วิจัยพัฒนา และทดสอบทางวิศวกรรมของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Photovoltaic Solar Power System) โดยระบบพลังงานแสงอาทิตย์นี้ จะช่วยประหยัดเงินค่าไฟกับผู้ใช้ทั้งภาครัฐและเอกชน ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างความมั่นคงพลังงานให้ประเทศชาติอย่างยั่งยืน”

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือที่สำคัญของทั้งสององค์กร เพื่อผลักดันการต่อยอดนวัตกรรมระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ให้สามารถทดแทนการใช้เชื้อเพลิงแล้วหมดไปอย่างน้ำมันหรือถ่านหิน (Fossil Fuel)  ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดภาวะโลกร้อน สอดคล้องกับนโยบายการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ของประเทศภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 อีกทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDG) ที่ว่าด้วยการเร่งต่อสู่กับสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อไป

 

รศ.ดร. ไพโรจน์ สถิรยากร คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า ถึงความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ว่า  จะเป็นผลดีต่อนักศึกษาของคณะฯ ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก  เนื่องจากจะได้ข้อมูลที่หลากหลายจากทาง บริษัทไพร์ม โรด เพาเวอร์  จำกัด (มหาชน)  ซึ่งจะส่งผลให้งานวิจัยของนักศึกษาและบุคลากรของคณะฯ เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จะมีการร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการในด้านบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) อาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ระบบการจัดการพลังงาน (Energy Management System) และการเชื่อมต่อพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป

160707794818

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นต้นแบบแห่งการผลิตครูช่างและสร้างสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งเป็นที่ยอมรับมากว่า 50 ปี ในด้านการจัดการศึกษา โดยยึดมั่นการจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐานของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ซึ่งการผลิตครูช่างอุตสาหกรรมจะต้องมุ่งเน้นเนื้อหาทางด้านเทคนิคในแต่ละสาขาความรู้ ควบคู่กับหลักการหรือยุทธวิธีในการถ่ายทอดความรู้ทางวิศวกรรมให้กับผู้เรียน ตลอดจนการวิจัยพัฒนาทางด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริการทางด้านวิชาการ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ทั้งนี้ในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้ขยายโอกาสทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่ภูมิภาคจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง มีหลักสูตรสำหรับนักศึกษามากกว่า 190 หลักสูตร เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0”

บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานสะอาดชั้นนำ ประกอบธุรกิจหลัก คือ ขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Plant) และมีธุรกิจใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ 3 ธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop EPC) 2. ธุรกิจขายไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop Private-PPA) 3.  ธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงาน (Power-related Material and Equipment Trading) โดยธุรกิจหลัก มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ในประเทศไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน และกัมพูชา มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 292 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นโครงการที่พัฒนาเสร็จและดำเนินการขายไฟแล้ว (COD-Installed Capacity) 180 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 112 เมกะวัตต์ โดยมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้ามีกำลังผลิตติดตั้ง 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568

ในส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ งวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน  2563 บริษัทฯ มีรายได้รวมเป็น 568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY สำหรับฐานะทางการเงิน บริษัทฯ มีสินทรัพย์จำนวน 5,731 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 2,815 ล้านบาท และหนี้สินรวม 2,916 ล้านบาท ทำให้มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพียง 1.03 เท่า ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน