‘เคอรี่ เอ็กซ์เพรส’ กำหนดช่วงราคาขายไอพีโอ 25-28 บาท เปิดจอง 8-18 ธ.ค. คาดเข้าเทรดปลายธ.ค.นี้ เตรียมนำเงินระดมทุน7.5-8.4 พันล้าบาท ขยายธุรกิจ ด้านนักลงทุนสถาบันที่เป็นคอนเนอร์สโตนทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ แห่จองล้น 10 เท่า
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX นำเสนอข้อมูลการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 0.50 บาท แก่นักลงทุนรายย่อยวานนี้ (2 ธ.ค.)
นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน KEX เปิดเผยว่า KEXกำหนดช่วงราคาขายหุ้นไอพีโอ ที่ 25 -28 บาทต่อหุ้น มูลค่าระดมทุนอยู่ที่ 7.5-8.4 พันล้านบาท จากนี้จะมีการสำรวจความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding) เพื่อกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย วันที่ 15 ธ.ค. 2563
สำหรับหุ้นที่เสนอขายครั้งนี้ 300 ล้านหุ้น แบ่งเป็นขายแก่นักลงทุนในประเทศ 191.70 ล้านหุ้นประกอบด้วยนักลงทุนทั่วไป 46.93 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบัน 48.05 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบันที่เป็นนักลงทุนหลักแบบเฉพาะเจาะจง(Cornerstone Investors) 42.5 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณ 40.72 ล้านหุ้น เสนอขายพนักงานของ KEX จำนวน 12.60 ล้านหุ้น เสนอขายแก่บุคคลที่มีความสัมพันธ์ซึ่งเป็นกรรมการหรือผู้บริการของบริษัท 9 แสนหุ้น
ส่วนหุ้นที่เสนอขายแก่นักลงทุนต่างประเทศ รวม 108.30 ล้านหุ้น แบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันที่เป็นCornerstone Investors จำนวน 41.40 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบันที่ไม่ใช่Cornerstone Investor จำนวน 66.90 ล้านหุ้น โดยจะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจองซื้อหุ้นในวันที่ 8,9และ 14ธ.ค.ที่ราคา 28 บาท ซึ่งหากราคาขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาจองก็จะคืนส่วนต่างให้กับผู้จองซื้อหลังสิ้นสุดการเสนอขาย ส่วนนักลงทุนสถาบันจองซื้อวันที่ 16-18 ธ.ค.
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้โรดโชว์แก่นักลงทุนสถาบันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมียอดจองซื้อจากนักลงทุนหลักแบบเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) มากกว่า 10 เท่าของจำนวนที่จัดสรรไว้
ทั้งนี้ KEX ได้เข้าทำสัญญาลงทุนในหุ้น (Cornerstone Placing Agreement) กับนักลงทุนสถาบันที่เป็นCornerstone Investors ในประเทศไทยและในต่างประเทศจำนวนรวม 20 ราย รวม 83.9 ล้านหุ้น คือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ขนาดใหญ่ในประเทศ 11 แห่ง และ บริษัท เอไอเอ จำกัด ส่วนนักลงทุนสถาบันต่างประเทศCornerstone Investorsนั้นเป็นกองทุนขนาดใหญ่ระดับโลก 8แห่ง อาทิ GIC Private Limited ,กองทุนต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำของ Capital Research Management Company ,JP Morgan Asset Management (Singapore) Limited ฯลฯ
นางสาววีณา กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้KEX จะนำไปขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วน ได้แก่ การเพิ่มจำนวนศูนย์คัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ และศูนย์กระจายพัสดุแห่งใหม่ และการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เป็นต้น จำนวน 4,370 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในปี 2564-2566 ,นำไปชำระคืนหนี้แก่ธนาคาร 800 ล้านบาทในปี 2563-2564 จากณ 30 ก.ย. มีเงินกู้ยืมระยะยาว กับสถาบันการเงิน 800 ล้านบาท ที่เหลือ 2,077-2,961 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
นายสราวุธ นาถประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ KEX กล่าวว่า บริษัทวางกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะขยายการบริการให้ครอบคลุมคนไทยทั่วประเทศ ตามกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด Kerry EXprose Everywhere ร่วมกับพันธมิตรการค้าและผู้ถือหุ้นในเชิงกลยุทธ์สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และขยายการเติบโตในประเทศไทย ผ่านกลุ่มลูกค้าส่งถึงลูกค้า(C2C) เจาะตลาดลูกค้าคนไทยทั่วประเทศกว่า70ล้านคน ควบคู่กับการลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ
นายอเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เปิดเผยว่า แผนงานในปี2564 บริษัทมองการลงทุนขยายธุรกิจในเชิงกลยุทธ์เพื่อความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการการขยายศูนย์กระจาย ศูนย์คัดแยกสินค้า และจุดบริการ รองรับกับความต้องการที่สูงขึ้นตามการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการลงทุนเทคโนโลยี เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรสูงขึ้นต่อเนื่อง
นายอิศรินทร์ ภัทรมัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการลงทุน KEX กล่าวว่า การเติบโตด้านรายได้ของบริษัทในระยะกลางและระยะยาว มีแนวโน้มเติบโตตามเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะโซเชียลคอมเมิร์ซและอีคอมเมิอร์ซสร้างการเติบโตมหาศาลให้กับภาคลอจิสติกส์ ทำให้รายได้รวม จากการขายและการให้บริการ มีการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี(CAGR)ตั้งแต่ปี2560-2562 เท่ากับ 72.8% โดยในปี2562อยู่ที่1.97หมื่นล้านบาท และใน 9เดือนนี้ มีรายได้อยู่ที่1.46 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็น C2C (บุคคลถึงบุคคล) บุคคลทั่วไป พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ธุรกิจเอสเอ็มอี สัดส่วน53.9% , B2C (ธุรกิจถึงบุคคล) ลาซาด้า โชปี เจดี สัดส่วน44.3% , B2B (ธุรกิจถึงธุรกิจ) ทรู ออปโป ซัมซุงสัดส่วน1.7% ที่เหลือเป็นสัดส่วนรายได้จากการโฆษณา มีการกระจายตัวที่เหมาะสม
ขณะเดียวกันบริษัทเป็นบริษัทเดียวในธุรกิจนี้ที่ยังสร้างกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิ มีการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี(CAGR)ตั้งแต่ปี2560-2562 เท่ากับ34.9 % ในปี2562 อยู่ที่1.32 พันล้านบาท และช่วง9เดือนนี้ มีกำไรสุทธิ 1.03 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี มีสุขภาพทางการเงินที่ดี สามารถรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตที่ดีด้วย
“ส่วนแนวโน้มรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าในเดือนธ.ค.เป็นช่วงเทศกาลและแฟลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการจัดแคมเปญกระจายตัวทุกเดือนตลอดทั้งปี น่าจะมีการเติบโตดีต่อเนื่องจากเดือนพ.ย.เติบโตดีแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีพิเศษที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19อาจกระทบกำลังซื้อบางก็ตาม ต้องติดตามการเติบโตในไตรมาส4และปีหน้า แต่เชื่อว่าในระยะกลางและยาวเรายังเติบโตได้ตามเทรนด์เศรษฐกิจใหม่แน่นอน”





