วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Rebound

ดัชนีวานนี้ปิดปรับตัวลง โดยคาดเกิดแรงขายจากการปรับพอร์ตดัชนี MSCI ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ที่เกิดขึ้นภายในประเทศ

นอกจากนี้ การประท้วงที่ยืดเยื้อยังสร้าง Sentiment เชิงลบต่อการลงทุน ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,408.31 จุด -29.47 จุด -2.05% มูลค่าการซื้อขาย 120.5 แสนลบ. ต่างชาติ -4,372.45 บาท TFEX -3,299 สัญญา ตราสารหนี้ +254 ลบ.

ปัจจัยบวก

+โมเดอร์นาเตรียมยื่น FDA ขออนุมัติใช้วัคซีนฉุกเฉินเป็นรายที่ 2 หลังเผยประสิทธิภาพ 94.1%
+เงินบาท'เปิดตลาด 'อ่อนค่า' ที่ 30.28 บาทต่อดอลลาร์ หลังมีข่าวธปท.เตรียมออกแพ็คเกจมาตรการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั้น-ยาวตามแผน FX Ecosystem
+กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการค้ำประกันสินเชื่อใหม่และโครงการสนับสนุน SME ให้ที่ประชุมครม.พิจารณา
-ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 16.55 จุด -0.49%
-ดัชนีนิกเกอิปิดลดลง 211.09 จุด -0.79% เช้านี้เปิด +190.58 จุด ขานรับข่าววัคซีนโมเดอร์นา

ปัจจัยลบ

-ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 271.73 จุด -0.91% จากแรงขายทำกำไรหลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับความอ่อนแอของข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ
-ราคาน้ำมัน WTI -19 เซนต์ -0.4% ปิดที่ 45.34$ นลท.จับตาการประชุมของกลุ่มโอเปคและชาติพันธมิตร รวมทั้งรายงานสต็อกน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
-สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายลดลง สวนทางคาดการณ์
-ปัจจัยการเมืองมีความไม่แน่นอนจากการชุมนุมทางการเมือง ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องบ้านพักทหารของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้
-แบงก์ชาติรับเศรษฐกิจไตรมาส 4 มีแรงฟื้นแผ่วเบา แม้จะมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ การหดตัวเดือนต.ค.ยังสูงขึ้นจากการหดตัวของการบริโภคของภาคเอกชน จากวันหยุดยาวหมดลง
-เดือนพ.ย.เงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้นกว่า 2% การส่งออกสินค้าที่มีอัตราการหดตัว 5.6%YoY

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดภูมิภาค โดยมีแรงหนุนจากข่าวบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ของสหรัฐจะอนุมัติการใช้วัคซีนต้านโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้ชาวอเมริกันได้รับวัคซีนในเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยในประเทศนักลงทุนยังคงติดตามศา

กลยุทธ์การลงทุน

• iPhone 12 ได้รับการตอบรับดี COM7 SPVI CPW JMART SYNEX
• ความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 MINT ERW CENTEL AWC CRC BH BDMS
• มาตรการดูแลค่าเงินบาทของ ธปท. KCE HANA DELTA CPF TU
• กพช.ไฟเขียว โรงไฟฟ้าชุมชน ACE PSTC TPCH
• ราคาถั่วเหลืองปรับตัวขึ้นจากลานีญ่า TVO

หุ้นรายงานพิเศษ

    ASIAN        IAA Target 12.92 บาท “มุมมองบวกอ่อนๆ”

•บริษัทรายงานกำไรงวด 3Q63 เท่ากับ 202 ลบ. +493%YoY -33%QoQ กำไรเติบโต YoY จากรายได้ของกลุ่มธุรกิจ Pet Food (สัดส่วนรายได้ 38%) โต 71%YoY จาก Trend ของการมีสัตว์เลี้ยง ประกอบกับกลุ่มอาหารสัตว์น้ำ (สัดส่วนรายได้ 17%) โต 54%YoY จากการมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นจากคุณภาพที่ดีเทียบกับคู่แข่ง ขณะที่ %GPM ปรับดีขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญจาก 8% ในปีก่อน สู่ 17% (ซึ่งจะเป็น Base ใหม่) จากการปรับ Product Mix ในกลุ่มอาหารแช่แข็ง และกลุ่ม Pet Food (ธุรกิจใหม่) ที่มีอัตรามาร์จิ้นสูง

•ผลประกอบการงวด 4Q63 มีแนวโน้มโต YoY จากกลุ่มธุรกิจ Pet Food ที่ยังคงมี Demand ในระดับสูง แต่คาดจะหดตัว QoQ เนื่องจากจำนวนวันหยุดในช่วงไตรมาส 4 ที่มากกว่า ส่งผลให้มีกำลังการผลิตลดลง ประกอบกับ %GPM มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเนื่องจากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

•แนวโน้มปี 64 บริษัทตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 10%YoY มีปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจ Pet Food และธุรกิจอาหารแช่แข็ง อาทิ กลุ่มอาหาร pre-fried (VAP) ซึ่งจะยังคงมี Demand ดี จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากสถานการณ์ COVID-19

หุ้นมีข่าว

(+/-) GUNKUL (Bloomberg Consensus 3.10 บาท) บอร์ด GUNKUL ไฟเขียวทุ่ม 1,258.58 ล้านบาท ซื้อหุ้น DST 100% ขยายฐานโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 50 เมกะวัตต์ จ่อ COD วันที่ 15 ธ.ค.นี้ คาดหนุนอีบิทด้าเพิ่ม 120 ล้านบาท/ปี แย้มอยู่ระหว่างเจรจาซื้ออีก 1 โครงการ ลุ้นปิดดีลธ.ค.นี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) WHA (Bloomberg Consensus 3.44 บาท) ส่งซิกไตรมาส 4/63 บุ๊กรายการพิเศษขายสินทรัพย์เข้ากอง WHART และ HREIT ฟาก “โซลาร์ รูฟท็อป” คาด COD เพิ่ม 15 เมกะวัตต์ หนุนกำลังการเพิ่มเป็น 42 เมกะวัตต์ คาดสร้างรายได้ 150-200 ล้านบาท/ปี (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) BANPU (Bloomberg Consensus 7.38 บาท) ส่งซิกโค้งสุดท้าย 2563 รับไฮซีซันจากกลุ่มธุรกิจเต็มสูบ ทั้งถ่านหิน-ก๊าซ-ไฟฟ้า ดันจากดีมานด์ความต้องการและราคาพลังงานโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นหนุน ด้านโบรกมองกำไรปี 2564 โตก้าวกระโดด เคาะราคาเหมาะสม 8.80 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PTG (Bloomberg Consensus 21.50 บาท) ชูไฮซีซัน-มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ดันปริมาณจำหน่ายน้ำมันเดือนพฤศจิกายน โต 10% จากเดือนตุลาคม หรืออยู่ที่ประมาณ 340 ล้านลิตร ดัน Q4/2563 โต 8-12% พร้อมตั้งเป้าปี 2564 ปริมาณจ้าหน่ายน้ำมันแตะระดับ 5,400-5,600 ล้านลิตร จัดงบ 4-5 พันล้านบาท ขยายปั๊ม-ธุรกิจ Non Oil เล็งนำ "ออโต้แบคส์" เข้าตลาดในอีก 4-5 ปีข้างหน้า (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ 

30 พ.ย. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
2 ธ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีกรณีอยู่บ้านพักหลวงหลังเกษียณอายุ
2 ธ.ค. รายงานกนง.ฉบับย่อ
23 ธ.ค. กนง.ประชุมเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
30 ธ.ค. ธปท.รายงาภาวะเศรษฐกิจไทยรายเดือน

ต่างประเทศ

1 ธ.ค. จับตาประธาน FED และ รมว.คลังสหรัฐชี้แจงรายไตรมาสต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาเกี่ยวกับการดำเนินการของ FED และมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ญี่ปุ่น เปิดเผยอัตราว่างงานเดือนต.ค.

จีน เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ย. อียูเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายพ.ย. สหรัฐ เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายพ.ย. ดัชนีภาคการผลิตพ.ย. การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างต.ค.

2 ธ.ค. อียู เปิดเผยอัตราว่างงานเดือนต.ค.

สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย. ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนพ.ย. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (เช้าวันที่ 3 ธ.ค.)

3 ธ.ค. จีนเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพ.ย.

อียูเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายพ.ย. และยอดค้าปลีก

สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนพ.ย.