"อาคม"สั่งสรรพสามิตศึกษาภาษีรถไฟฟ้า เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมสรรพสามิต ศึกษาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทย รวมถึงทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้ามีราคาถูกลง
ทั้งนี้ เขากล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมสรรพสามิต เมื่อวันนี้ ( 13) ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าลงมาแล้ว แต่ตนได้ขอให้กรมสรรพสามิตไปพิจารณาส่วนประกอบต่างๆของรถยนต์ไฟฟ้าว่าจะมีอะไรที่จะช่วยปรับปรุงอัตราภาษี เพื่อทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้ามีความจูงใจต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
สำหรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน จัดเก็บในอัตรา 8 % แต่ถ้าเป็นเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ( EV) ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะเก็บในอัตรา 2 % และในช่วง 1มกราคม 2563 ถึง 31 ธ.ค.2563 จะจัดเก็บในอัตรา 0 %
นอกจากนี้ เขายังสั่งให้กรมสรรพสามิต ศึกษาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตของเครื่องใช้ไฟฟ้า (Electronic Appliances) ที่ส่งเสริมการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น โดยอาจมีมาตรการจูงใจกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ สามารถทำการประหยัดพลังงานได้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และใช้ภาษีลงโทษกรณีที่ทำได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในพิกัดภาษีของกรมสรรพสามิตอยู่แล้ว แต่กรมกำหนดให้จัดเก็บเพียง เครื่องปรับอากาศเท่านั้น โดยเครื่องปรับอากาศสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย เก็บในอัตรา 0% (จากเพดาน 30 %) และเครื่องปรับอากาศในรถยนต์จัดเก็บในอัตรา15 % นอกจากนั้น นายอาคม ยังระบุอีกว่า กรมสรรพสามิต ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา เรื่องภาษีความเค็ม เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ที่ผ่านมามาตรฐานประหยัดพลังงานของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต สูงสุดอยู่ที่ฉลากเบอร์ 5 แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาไปมากขึ้น ทำให้สามารถผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานสูงกว่าเบอร์ 5 โดยให้สัญลักษณ์เป็น ดาว สูงสุดอยู่ที่ สามดวง ซึ่งปัจจุบัน เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ได้ดาว3ดวงมีอยู่ประมาณ 10 % ทั้งหมด ดังนั้นกรมอาจจัดทำมาตรการจูงใจให้ผู้ผลิตหันมาผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดไฟมากกว่าเบอร์5
ในส่วนของโครงสร้างภาษียาสูบ ที่ปัจจุบันใช้ระบบภาษีสอง Tier จนถึงสิ้นกันยายนปี 2564 โดยมีอัตราภาษีที่ 20 %สำหรับบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกต่ำกว่า 60 บาท และ 40 % สำหรับบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกสูงกว่า 60 บาท แต่หลังจากกันยายน 2564แล้ว จะเข้าสู่ระบบ tier เดียว คือเก็บในอัตรา40 % ซึ่งขณะที่กรมสรรพสามิตกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาตามข้อเรียกร้องของโรงงานยาสูบ ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจากโครงสร้างภาษีนี้






