งานวิจัยและพัฒนาเริ่มออกดอกผล
งบ R&D ที่ลงทุนมาตลอด จะเริ่มออกดอกผลในปี 2564
จากการเข้าพบผู้บริหาร เรามีมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของ KUMWEL จากการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&A) อย่างต่อเนื่องทั้งการ R&D กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมทั้งการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเอง ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของ KUMWEL ในอนาคตจะแตกยอดจากปัจจุบันที่ยอดขายส่วนใหญ่อิงกับระบบต่อลงดินและระบบป้องกันฟ้าผ่าแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป โดยนวัตกรรมของ KUMWEL ที่พัฒนาขึ้นมาจะมีทั้งการต่อยอดระบบต่อลงดินและระบบป้ องกันฟ้าผ่าให้เป็นระบบอัจฉริยะ อาทิ ระบบการจัดการป้องกันฟ้าผ่า, ระบบแจ้งเตือนฟ้าผ่าความแม่นยำสูงอัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำการติดตั้งและส่งมอบงานได้ในต้นปี 2564 นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบอัจฉริยะอื่นๆ อาทิ ระบบตรวจจับความถี่คลื่นเสียงด้วยออพติกไฟเบอร์ เพื่อใช้ในการตรวจจับผู้บุกรุก / ระบบตรวจจับอุณหภูมิของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบผลิตและจำหน่ายด้วยออพติกไฟเบอร์ เพื่อทดแทนกำลังคน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมคาดจะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า
เร่งยอดขายระบบต่อลงดินและป้องกันฟ้าผ่า
อย่างไรก็ดีสำหรับปี 2564 คาดว่าจะมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อแข่งขันทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ระบบต่อลงดินและระบบป้องกันฟ้าผ่าเพื่อเร่งยอดขาย โดยคาดรายได้ปี 2564 จะโต +21.6% YoY แต่กลยุทธ์ด้านราคาจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของ KUMWEL ชะลอตัวลงเล็กน้อยเป็น 40.3% จาก 41.9% ในปีนี้ แต่สุทธิแล้วคาดกำไรปี 2564 จะเติบโตราว +11.4% YoY
ความต้องการงานของ KUMWEL จะมากขึ้นเรื่อยๆ
เราประเมินมีโอกาสที่กลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของระบบต่อลงดินและป้องกันฟ้าผ่า มากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุฟ้าผ่าโรงไฟฟ้าหงสาใน 2Q63 ที่ทำให้โรงไฟฟ้าเริ่มตระหนักถึงการตรวจสอบสภาพของระบบป้องกันฟ้าผ่ามากขึ้น ... ทั้งนี้คาด KUMWEL จะเข้าไปติดตั้งระบบให้ทางโรงไฟฟ้าหงสา โดยเฉพาะระบบอัจฉริยะ หลังจากที่เริ่มผ่อนคลายให้สามารถเดินทางข้ามประเทศได้ นอกจากนี้รถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าความเร็วสูง, โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี จะเป็นอีกกลุ่มลูกค้าที่ทำให้ความต้องการระบบฯของ KUMWEL ยังเติบโตต่อเนื่อง
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมเท่ากับ 1.4 บาท/หุ้น
เราประเมินราคาเหมาะสม KUMWEL เท่ากับ 1.4 บาท โดยใช้วิธี Residual income model อิงสมมติฐาน Cost of Equity 8.75%,Terminal growth 3% ที่ระดับราคาเหมาะสมที่เราประเมินจะคิดเป็น PE ปี 2564 เท่ากับ 12.5 เท่า และประเมิน Dividend yield ปี2563 - 64 เท่ากับ 4.5 - 5.1% ต่อปี









