วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขึ้นต่อ

แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ ขึ้นต่อ แนวต้าน 1300 / 1320 จุด แนวรับ 1270 / 1260 จุด แนะนำเพิ่มพอร์ตหุ้นกลุ่ม Vaccine Play (AOT MINT CENTEL AAV) และซื้อเก็งกำไร 1. กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค PTTEP PTT 2. กลุ่มธนาคาร KBANK SCB BBL TISCO และขายทากาไรหุ้นกลุ่ม COVID-19 Plays (STA STGT ASIAN NER) รับข่าวดี Pfizer & BioNTech เผยผลทดสอบเฟส 3 ชุดแรกว่า วัคซีนฯ สามารถป้องกัน COVID-19 ด้วยประสิทธิภาพมากกว่า 90% ซึ่งจะช่วยให้ภาคท่องเที่ยวและบริการที่กาลังกลายเป็นหนี้เสีย NPL สามารถพลิกกลับมาทากาไรได้อีกครั้งตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไป ปัจจัยลบ คือ MSCI ประกาศทบทวนรายไตรมาส (รู้ผลเช้าวันพรุ่งนี้) โดยเพิ่มตลาดหุ้นคูเวตเพิ่มเข้ามาคานวณใน MSCI EM ซึ่งจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเชียอื่น ๆ รวมถึงไทย ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตา คือ รายงานผลกาไรบจ. 3Q20E จับตา PTT AP TKN SPALI

ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้

      1) ตลาดหุ้นโลกเกิดภาวะ Risk-on ซื้อสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ หุ้น น้ำมัน และเพิ่มการลงทุนกลุ่มที่เคยได้รับผลลบจาก COVID-19 (ท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน สนามบิน ธนาคาร) และขายสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำ พันธบัตร

      2) MSCI ทบทวนรายไตรมาส รู้ผลเช้าวันพรุ่งนี้ คาดส่งผลลบต่อน้ำหนักตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทย จากการเพิ่มตลาดหุ้นคูเวตเข้ามาคานวณ (-หุ้นบลูชิพ)

      3) Apple เปิดงาน “One More Thing” เปิดตัวโน้ตบุ๊ก MAC ส่วน Iphone 12 เริ่มจองในไทยได้ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. และรับของวันที่ 27 พ.ย. (+SPVI COM7 CPW)

     4) บจ. ทยอยประกาศงบการเงิน วันนี้จับตา PTT DOHOME TKN AP SPALI (วานนี้ ส่วนใหญ่รายงานกำไรแย่กว่าคาด นำโดย PTTGC IVL NER)

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้

China-รายงาน CPI เดือน ต.ค. คาด +0.8% YoY (Vs เดือน ก.ย. +1.7% YoY) PPI เดือน ต.ค. คาด-2% YoY (Vs เดือน ก.ย. -2.1% YoY) / Philippines-รายงาน 3Q20E GDP คาด 1% QoQ, -9.8% YoY (Vs 2Q20 -15.2% QoQ, -16.9% YoY) / EU-ZEW Economic Sentiment Index เดือน พ.ย. คาด 36 (Vs เดือน ต.ค. 52.3) / EU-ขึ้นภาษีสินค้านาเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า USD4bn กรณีสนับสนุนโบอิ้ง / ไทย-ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. คาด 50 (Vs เดือน ก.ย. 50.2)

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดบวก: ดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น 21 จุด ตั้งแต่เปิดตลาด และแกว่งตัวในกรอบ 1277-1293 จุด ก่อนมาปิดที่ระดับ 1285.88 จุด +25.80 จุด +2.05% วอลุ่ม 7.79 หมื่นล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ +5.09% วัสดุก่อสร้าง +2.95% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ +2.75% หุ้นบวก >4% TASCO GULF BAM BGRIM CRC CBG EGCO TOP BJC SUPER BTS IRPC AWC RCL CPN หุ้นลบ >4% STA KCE HANA NER MGT

+ ตลาดหุ้นโลกพุ่งขึ้นแรง ยกเว้น Nasdaq: ข่าวดีบริษัทยา Pfizer & BioNTech เผยผลทดสอบเฟส 3 ชุดแรกของวัคซีนต้าน COVID-19 มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกัน COVID-19 สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อนและคาดว่าจะผลิตวัคซีน 50 ล้านโดส ภายในปีนี้ และ 1.3 พันล้านโดส ในปีหน้า ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ DJ +2.95% (+834.57 จุด) S&P500 +1.17% แต่ Nasdaq ร่วง -1.53% จากแรงขายหุ้นเทคฯ ที่เคยได้ประโยชน์จาก COVID-19 ส่วนตลาดหุ้นยุโรปพุ่งสูงสุดรอบ 8 เดือน DAX +4.94% CAC40 +7.57% FTSE +4.67% นำขึ้นโดยหุ้นกลุ่มอิงท่องเที่ยวและการเดินทาง กลุ่มธนาคาร

+/- น้ำมันดิบพุ่งขึ้น แต่ทองคำดิ่งแรง: ราคาน้ำมันดิบปิดสูงขึ้น รับข่าวความหวังวัคซีนฯ รักษา COVID-19 ช่วยหนุนอุปสงค์น้ำมันดิบโลก Brent +USD2.95 +7.5% ปิดที่ USD42.40/บาร์เรล WTI +USD3.15 +8.5% ปิดที่ USD40.29/บาร์เรล ส่วนทองคำดิ่งแรง -USD97.30 -4.99% (ร่วงลงในวันเดียวสูงสุดรอบ 7 ปี) ปิดที่ USD1,854.40/ออนซ์ จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย

ประเด็นสำคัญ

+ Vaccine Plays: หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและการเดินทาง กลุ่มการเงิน จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุด จากข่าวพัฒนาการวัคซีน โดย Pfizer & BioNTech เผยผลทดสอบวัคซีนชุดแรกต่อผู้ทดสอบกว่า 4 หมื่นราย มีประสิทธิภาพในการรักษา COVID–19 กว่า 90% และ Eli Lilly เผยแอนตี้บอดีได้อนุมัติฉุกเฉินจาก FDA หลังจากสามารถช่วยให้ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ออกจากโรงพยาบาลได้เร็ว

- MSCI Semi-Annual Index Review เดือน พ.ย. 2020: ประกาศผลวันที่ 10 พ.ย. และมีผลบังคับในวันที่ 1 ธ.ค. 2020 (ตลาดคาดว่า DELTA STGT จะถูกเพิ่มคานวณ)

- การเมือง: ประธานวิปรัฐบาล ฝ่ายค้าน และส.ว. นัดประชุมวันที่ 11-12 พ.ย. เพื่อกำหนดกรอบเวลาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17-18 พ.ย. ส่วน 48 ส.ว. และ 25 ส.ส. เตรียมเข้าชื่อเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

+ US Election: จับตาเศรษฐกิจและการค้าทั่วโลก หากผู้นำสหรัฐฯ คือ “โจ ไบเดน” (ดูรายงาน Strategy Report วานนี้) การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ จะขยายตัวดีขึ้น โดยสินค้าที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค

กลยุท์ธการลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: CPF CKP WICE

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: AOT MINT KBANK PTT AWC

Derivatives: แนะเปิด Long S50Z20 เก็งกำไรหลัง 11:00 น. และ ปิดสถานะภายในวัน (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)