ผลประกอบการ 3Q63: ตํ่ากว่าประมาณการของเรา 6%
Event
ผลประกอบการ 3Q63
lmpact
กำไรสุทธิใน 3Q63 ต่ำกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย
กำไรสุทธิของ TACC ใน 3Q63 อยู่ที่ 47 ล้านบาท (+13.0% YoY, -2.2% QoQ) คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา โดยกำไรสุทธิใน 9M63 คิดเป็น 72% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเราที่ 189 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงานใน 3Q63 เป็นไปตามความคาดหมายของเราและตลาด ทั้งนี้ กำไรสุทธิต่ำกว่าประมาณการของเรา 6% และต่ำกว่า market consensus 8% โดยยอดขายและรายได้จากการให้บริการของ TACC ใน 3Q63 อยู่ที่ 345 ล้านบาท (-6.1% YoY, +7.4% QoQ) ในขณะที่ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 234 ล้านบาท (-7.5% YoY, +10.7% QoQ) อัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q63 อยู่ที่ 32.2%เพิ่มขึ้น 1.0ppts YoY แต่ลดลง 2.0ppt QoQ ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทยังดูแข็งแกร่ง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเนื่องจาก i) ขายสินค้า margin สูงได้เพิ่มขึ้น ii) บริหารจัดการต้นทุนได้ดี (ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบลดลง, บริหารจัดการต้นทุนด้าน logistic ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการประหยัดต่อขนาดจากปริมาณยอดขายที่สูงในร้าน 7-Eleven) และ iii) คุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ดี
คาดว่าจะยังคงคุมต้นทุน logistic ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรายังคงมองบวกกับการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนด้าน logistic ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องจาก 2Q63 จากการราบรวมคำสั่งซื้อทั้งหมดจากลูกค้าเพื่อจัดส่งในปริมาณมาก ๆ แทนที่จะจัดส่งในปริมาณน้อย ๆ เหมือนในอดีต ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรในแง่ของการบริหารจัดการต้นทุนตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
คงประมาณการกำไรปี FY63-64 เอาไว้เท่าเดิม
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563F เอาไว้ที่ 189 ล้านบาท (+16.8% YoY) และปี 2664F ที่ 222 ล้านบาท (+17.2% YoY) โดยจะมาจาก i) การเติบโตอย่างต่อเนื่องของสาขาที่มีอยู่แล้ว ii) การที่ 7-Elevenขยายสาขาเพิ่มอีก 12,400 ร้านในปี 2563 และอีก 13,100 ร้านใน 2564 iii) การออกขายสินค้าตัวใหม่และ iv) margin ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 8.00 บาท (อิงจาก P/E ปี FY64F ที่ 21 เท่ากับ PEG ที่ 1.26x PEG)
Risks
การแทรกแซงของรัฐบาล, ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองรอบใหม่ของไทย, เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่








