“อาคม”เตรียมเสนอครม.ตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการขนาดใหญ่ พร้อมเสนอแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้การเบิกจ่ายภาครัฐเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย กรมบัญชีกลางว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายวางไว้ รวมถึง เสนอครม.ให้แก้ไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้ระบบจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2564 ในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่ใช้เงินงบประมาณภาครัฐในระดับ100% ส่วนหน่วยงานราชการต้องเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า95% ถือว่า ไม่มากเกินไป แม้งบประมาณในปีนี้ประกาศใช้ล่าช้าปกติประมาณ 15 วัน โดยค่าเฉลี่ยการเบิกจ่ายในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สามารถเบิกจ่ายงบประมาณไม่ต่ำกว่าปีละ 92% แม้ในปีงบ 2563 งบประมาณเริ่มบังคับใช้ล่าช้ามากแต่ยังสามารถเบิกจ่ายใกล้เคียง 92%
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ 3.285 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 6.48 แสนล้านบาทและงบรายจ่ายประจำ 2.636 ล้านล้านบาท
นายอาคม กล่าวต่อว่า กรมบัญชีกลางเข้ามาช่วยรัฐบาลดำเนินนโยบายในหลายเรื่องทั้งการจ่ายเงินสวัสดิการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายเงินสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ ดูแลเบิกจ่ายเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน ดังนั้น การเบิกจ่ายงบประมาณ ต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ เนื่องจาก งบประมาณดังกล่าวเป็นเงินแผ่นดิน ที่ต้องให้ความสำคัญ
“ได้ให้นโยบายไปว่า ในเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ คนพิการนั้น แม้เงินที่รัฐบาลให้จะไม่ได้มาก แต่อย่าให้ขาดตอน เมื่อถึงเวลา จะต้องจ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว”
นอกจากนี้ ในการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างหน่วยงานราชการกับผู้ประกอบธุรกิจนั้น ได้มอบนโยบายไปว่า ต้องให้มีความรวดเร็วในการเบิกจ่าย ซึ่งประเด็นนี้ ได้รับข้อเสนอมาจากนักลงทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจกับส่วนราชการในไทย ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการและยังส่งเสริมให้ไทยจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจด้วย






