วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นับหนึ่งศึกชิง ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ วันนี้

เดินหน้าเปิดรับข้อเสนอเอกชนตามกำหนดวันนี้ (9 พ.ย.) สำหรับคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการ "รถไฟฟ้าสายสีส้ม" ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท

ซึ่งเอกชนผู้ชนะการประมูลจะต้องดำเนินงานโยธาช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมฯ และได้รับสิทธิบริหารจัดการเดินรถทั้งเส้นทางมีนบุรี – บางขุนนนท์ เป็นระยะเวลา 30 ปี

หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ในคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ระหว่าง BTSC ในฐานะผู้ฟ้องคดีกับ คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ 1 กับพวกคือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวม 2 คน เป็นผู้ถูกฟ้อง

ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะการประเมินของเอกสารคัดเลือกเอกชน และวิธีการประเมินข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน การคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม

 

 

 

รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงกระบวนการคัดเลือกเอกชนว่า แม้ว่าในขณะนี้ รฟม.จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลปกครองกลาง กรณีมีคำสั่งให้ รฟม.ทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในการดำเนินการคัดเลือกเอกชน แต่คณะกรรมการ ม.36 ได้มีมติให้ รฟม.ดำเนินกระบวนการคัดเลือกเอกชนตามกำหนดเดิม เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลปกครองกลางด้วย

โดยกำหนดเปิดรับข้อเสนอโครงการ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ส่วนเกณฑ์การประเมินเอกชนที่จะยึดตามเกณฑ์พิจารณาด้านราคา 100 คะแนน หรือเป็นเกณฑ์ด้านเทคนิค 30 คะแนน และด้านราคา 70 คะแนนนั้น คงต้องรอการพิจารณาจากศาลปกครองสูงสุดด้วย ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการคัดเลือกเอกชน เพราะ รฟม.มีกำหนดเปิดซองข้อเสนอที่ 1 ด้านคุณสมบัติ ในวันที่ 23 พ.ย.2563 ส่วนข้อเสนอด้านเทคนิค และด้านราคานั้นจะดำเนินการหลังจากพิจารณาซอง 1 ไปอีกราว 1 – 2 เดือน

“การเปิดรับข้อเสนอจากเอกชนในวันนี้ จะไม่มีผลกระทบใดๆ กับเอกชน เพราะไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว รฟม.จะกำหนดให้ใช้เกณฑ์เก่า คือคำนวณเฉพาะคะแนนด้านราคา 100 คะแนน หรือใช้เกณฑ์ใหม่ คือ คำนวณคะแนนด้านเทคนิค และราคาในการตัดสิน เพราะการยื่นข้อเสนอนั้นเป็นข้อมูลคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมือนเดิมทุกอย่าง และเชื่อว่าเอกชนต้องนำเสนอข้อเสนอที่ดีที่สุดมาให้พิจารณาอยู่แล้ว ดังนั้นเอกชนจึงมีมีอะไรต้องกังวล ขอให้เตรียมตัวในการยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่านั้น”

 

ด้านเอกชนที่ซื้อซองประกวดราคาและมีสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอวันนี้ จำนวน 10 ราย ประกอบไปด้วย

  • บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ซิโน–ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด
  • บริษัท วรนิทัศน์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด

อย่างไรก็ตาม การยื่นข้อเสนอในโครงการมีข้อกำหนดในเอกสารยื่นข้อเสนอโครงการ (RFP) ผู้ที่เป็นลีดเดอร์ในการยื่นข้อเสนอ มีข้อกำหนดจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์จัดหา บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง รักษาระบบรถไฟฟ้าภายในระยะเวลา 25 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 1 โครงการที่เป็นโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Heavy Rail) ในประเทศไทย

โดยหากประเมินจากข้อกำหนดดังกล่าว เอกชนที่มีคุณสมบัติสามารถเป็นลีดเดอร์ในการยื่นข้อเสนอได้ จะมีเพียง 2 กลุ่ม คือ

1.บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และเป็นผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม ช่วงบางใหญ่-เตาปูน (สถานีคลองบางไผ่-สถานีเตาปูน)

2.กลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS Skytrain) เป็นระบบรถไฟฟ้ายกระดับแห่งแรกของประเทศไทย

ทั้งนี้ ใครจะเป็นผู้คว้าชัย ได้รับสัมปทานก่อสร้าง และเดินรถไฟฟ้าที่เป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญเชื่อมโยงฝั่งตะวันออก และตะวันตกของกลางกรุงเทพมหานคร ประมาณการณ์ผู้โดยสารใช้บริการ 439,000 คนต่อวัน คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น “นับหนึ่งศึกชิง”