background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

‘บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ พฤศจิกายน 2563 เงินเข้าหลายเด้ง!

‘บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ พฤศจิกายน 2563 เงินเข้าหลายเด้ง!

"บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เดือนพฤศจิกายน 2563 เงินเข้าหลายเด้ง รูดใช้ได้เลย!

เริ่มเข้าเดือนพฤศจิกายน 2563 โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" (บัตรคนจน) ราว 14 ล้านคน จะได้รับวงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากรัฐบาล

โดยเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 500 บาท/คน/เดือน รวมระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนนี้ นับเป็นเดือนที่ 2 แล้วที่ได้รับสิทธิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (300+500) รวมเป็น 800 บาท/เดือน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (200+500) รวมเป็น 700 บาท/เดือน

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" รวบรวมวงเงินช่วยเหลือทั้งหมด ที่สามารถรูดใช้ได้เลย ซึ่งเงินเข้าเมื่อวันที่ 1 ..63 ที่ผ่านมา ดังนี้

1.วงเงินชำระค่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา

เพื่อใช้ซื้อของใช้จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต ซึ่งจะต้องใช้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น โดยไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้

  • ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน 
  • ผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับเงิน 200 บาทต่อเดือน 

แต่สำหรับในเดือนพฤศจิกายน 2563 นี้ ยังอยู่ในระยะเวลาของมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงทำให้ผู้ถือ "บัตรคนจน" จะได้รับเงินเพิ่มอีกคนละ 500 บาท ทำให้ผู้ที่เคยได้รับ 200 บาท จะได้เพิ่มเป็น 700 บาท และผู้ที่เคยได้รับ 300 บาท ก็จะได้รับเพิ่มเป็น 800 บาท 

2.ค่าเดินทางรถโดยสารสาธารณะ  ไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้

  • ค่ารถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รถเมล์ ขสมก.) และรถไฟฟ้า ผู้ที่ถือบัตรทุกคนจะได้รับรายละ 500 บาทต่อเดือน เฉพาะสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนในเขตกรุงเทพฯ และ 6 จังหวัดปริมณฑลเท่านั้น ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร และพระนครศรีอยุธยา

  • ค่ารถโดยสาร บขส. (รถทัวร์ บขส.) 500 บาทต่อเดือน สามารถใช้จ่ายในการเดินทางด้วยการรูดบัตรหักค่าใช้จ่ายโดยสามารถใช้ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

  • ค่ารถไฟ 500 บาทต่อเดือน  ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับสิทธิ์ทุกคน ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด

3.ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม   จะได้รับ 45 บาทต่อ 3 เดือน ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ ซึ่งต้องนำไปใช้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนด 

เริ่มแจกเงินวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563

ค่าน้ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือน ต.ค.2563-ก.ย.2564) โดยสามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้

  • กรุงเทพฯ และปริมณทล ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์การประปานครหลวง (กปน.) คลิก
  • ต่างจังหวัด  ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) คลิก

ค่าไฟ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563-ก.ย. 2564) สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้

  • กรุงเทพฯ และปริมณทล ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) คลิก
  • ต่างจังหวัด  ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คลิก

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โอนเข้าบัญชีธนาคาร 1,000 บาท/เดือน (จากเดิม 800 บาท/เดือน) และผู้พิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โอนเข้าบัญชีธนาคาร 800 บาท และจะได้รับเบี้ยความพิการเพิ่ม 200 บาท/เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป โดยจ่ายเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับผู้พิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเบี้ยความพิการเพิ่มเติม 200 บาท/เดือน โดยกรมบัญชีกลางจะโอนเข้ากระเป๋า e-Money ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งผู้มีสิทธิ์สามารถกดเป็นเงินสด เพื่อให้สามารถสนองตอบความต้องการจำเป็นของผู้พิการ

ทั้งนี้ การจ่ายเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป ยังคงจ่ายตามปฏิทินที่กำหนด ทุกวันที่ 10 ของเดือน อย่างไรก็ตาม ต้องรอฟังความชัดเจนเรื่องวันโอนเงินจากกรมบัญชีกลางอีกครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 02 270 6400 ในวัน เวลาราชการ